แบงก์กลางจีนหั่นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ3ปี กระตุ้นเศรษฐกิจ

Columnist แบงก์กลางจีนหั่นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ3ปี กระตุ้นเศรษฐกิจ

ธนาคารกลางจีนดำเนินการในสิ่งที่เหนือความคาดหมายตลาด ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ระยะปานกลางครั้งแรกในรอบ 3 ปี หวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

หลังเงินหยวนแข็งค่าขึ้นทะลุระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ มาแตะระดับ 6.9912 หยวน ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดรอบ 3 เดือน ท่ามกลางบรรยากาศที่นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในเฟสแรกก่อนวันที่ 15 ธันวาคมนี้

โดยก่อนหน้านี้ การอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญของเงินหยวนได้หลุดระดับ 7.0 หยวนเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมปีนี้ จนถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาว่าจีนได้ลดค่าเงินหยวนที่รักษาความได้เปรียบทางการค้า ซึ่งทำให้เกิดการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับสหรัฐ จนนำมาซึ่งการตอบโต้ทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศ และกลายเป็นความตึงเครียดอย่างรุนแรงตั้งแต่กลางปี 2018

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ธนาคารกลางจีนได้กำหนดค่ากลางเงินหยวนอยู่ที่ระดับ 7.0080 หยวนต่อดอลลาร์ เป็นการอ่อนค่าลงเพียงเล็กน้อย

ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนได้ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ระยะปานกลางที่มีกำหนด 1 ปี  (MLF) ลง 0.05% สู่ระดับ 3.25% ในวันพุธ จากระดับ 3.30% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์  2016 มีเป้าหมายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง เนื่่องจากผลกระทบของสงครามการค้า และเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาอยู่ในขณะนี้

ในช่วงตั้งแต่ต้นปีมานี้ ธนาคารกลางจีนได้ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายด้วยการอัดฉีดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง เพื่อประคับประคองสภาพคล่องในประเทศให้สอดคล้องกับความต้องการ และช่วยภาคธุรกิจขยายตัวต่อไปได้ อาจจะไม่เพียงพอ

หลังจากที่เศรษฐกิจหรือจีดีพีจีนได้ชะลอตัวในช่วง 3 ไตรมาสปีนี้โดยที่ตลาดคาดการณ์ว่า การลดอกเบี้ยอย่างฉับพลันสำหรับระยะปานกลางอาจจะไม่เพียงพอ

โดยตลาดเก็งต่อไปว่าธนาคารกลางจีนจะมีการปรับลดดอกเบี้ย Loan Prime Rate (LPR) หรือเป็น “New Libor” Rate ตามมาในเร็วๆ นี้ จะเป็นโฟกัสของธนาคารกลางจีนในการจำกัดให้การชะลอตัวทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น

แต่การคาดการณ์ใหม่ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) บ่งชี้ว่า จีดีพีของจีนอาจจะขยายตัวได้เพียง 5.8% ในปี 2020 โดยหลุดจากระดับ 6.0% ซึ่งเป็นระดับจิตวิทยาสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวถึงการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนในเฟสแรกกำลังดำเนินไปด้วยดี โดยหวังว่าจะลงนามข้อตกลงดังกล่าวกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่รัฐไอโอวา ของสหรัฐ โดยที่รัฐไอโอวานี้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการทำสงครามการค้าในช่วงเวลา 16 เดือนที่ผ่านมา

ขณะที่วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยในช่วงการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพว่า สหรัฐจะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนในเดือนพฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้ มีรายงานว่าจีนมีความต้องการให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ยกเลิกคำสั่งการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากจีนในมูลค่า 125,000 ล้านดอลลาร์ ที่อัตราภาษี 15% และมีกำหนดจะเก็บภาษีในวันที่ 15 ธันวาคมนี้

โดยจีนกำลังผลักดันให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในเฟสแรกนี้ด้วย หลังจากที่สหรัฐได้เลื่อนจัดเก็บภาษีนำเข้าจากจีนที่กำหนดไว้ในวันที่ 1  กันยายน ออกไปเป็นวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ขณะเดียวกันจีนจะสั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้นในมูลค่า  20.000 ล้านดอลลาร์ในเฟดแรก จากมูลค่ารวมทั้งหมดที่จีนได้ยืนยันในช่วงก่อนหน้านี้จำนวน 40,000-50,000 ล้านดอลลาร์

Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ