“อาเซียน”เป็นเจ้าภาพบอลโลก …ยากกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา

Columnist "อาเซียน"เป็นเจ้าภาพบอลโลก ...ยากกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา

ประเด็น 10 ชาติอาเซียนจะผนึกกำลังกันเป็นภาพฟุตบอลโลกในปี 2034 ได้จุดพลุตั้งแต่การประชุมอาเซียนซัมมิตที่ไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อกลางปีนี้ มาตอกย้ำอย่างจริงจังอีกครั้งในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

จะว่าไปแล้วการจะได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกไม่ใช่จะเป็นกันได้ง่ายๆฟีฟ่าเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องพิจารณารายละเอียดมากมาย อาทิ ประเทศที่เสนอตัวมีศักยภาพเศรษฐกิจแข็งแกร่งหรือไม่ มาตรฐานทีมฟุตบอลอยู่ระดับไหน มีปัญหาการเมืองหรือไม่ ประชาขนในประเทศสนใจกีฬาฟุตบอลมากน้อยแค่ไหน

สุดท้ายราคาประมูลลิขสิทธิ์ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีจะเป็นตัวชี้ขาด แต่ปัจจัยสำคัญกว่าคือ กลุ่มอาเซียนมีความเป็นเอกภาพมากน้อยแค่ไหนเพราะการจัดกีฬาระดับโลกนั้นเรื่องนี้จำเป็นมากเพราะแค่เจรจาตกลงกันว่า คู่เปิดสนามกับคู่ชิงจัดที่ไหนก็คงจะวุ่นวายน่าดูซึ่งเป็นเรื่องศักดิ์ศรีและผลประโยชน์

เจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลกมีครั้งแรกในปี 2002โดยญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ซึ่งทั้ง2ประเทศนี้มีศักยภาพใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานของทีมฟุตบอลที่ต่างก็เคยเล่นฟุตบอลโลกมาหลายครั้ง เสถียรภาพด้านเศรษฐกิจก็พอๆกัน แต่อาเซียน มีถึง 10ประเทศ มาตรฐานฟุตบอลก็ห่างจากระดับโลกค่อนข้างมาก ศักยภาพเศรษฐกิจทั้ง10ประเทศ ก็ต่างกันลิบลับ

ประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมาฟีฟ่าจะให้เกียรติประเทศเจ้าภาพได้สิทธิ์เข้าไปเล่นรอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติแต่เมื่อ10ชาติอาเซียนเป็นเจ้าภาพร่วมจะแบ่งโควต้ายังไง ฟันธงชนิดไม่กลัวธงหักว่ากลุ่มประเทศในเอเซียหลายประเทศไม่ยอมแน่ๆ เพราะกลัวโดนแย่งโควต้า

สิ่งที่ได้รับในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกคงเป็น “ความภาคภูมิใจ” แต่ในระยะหลังๆ มีการตั้งคำถามว่าจริงๆแล้ว ได้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด เพราะจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆครั้งล่าสุดรัสเซียเป็นเจ้าภาพตั้งงบใช้จ่ายประมาณ กว่า 371,200 ล้านบาท ถ้าเทียบกับงบที่บราซิล เจ้าภาพบอลโลกปี 2014 ใช้ เพิ่มขึ้น 3 เท่า  ตัวเลขจริงอาจจะสูงกว่านี้

แม้รัสเซียประเมินว่า การเป็นเจ้าภาพจัดบอลโลก 2018 จะมีต่อเศรษฐกิจของประเทศกว่า  9.8 แสนล้านบาท แต่เป็นการคาดการณ์มูลค่าเศรษฐกิจยาวไปถึงปี 2023 ไม่ใช่แค่ปีที่เป็นเจ้าภาพซึ่งเป็นการประเมินรวมไปถึงการประหยัดเงินที่ไม่ต้องเจ็บป่วยและไม่ต้องลางานเพราะได้แรงจูงใจในการเล่นกีฬาและทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น  ในระหว่างการก่อสร้างสถานที่แข่งขันก่อให้เกิดการจ้างงานใหม่ 220,000 ตำแหน่ง

หลายๆครั้งที่ผ่านมาเจ้าภาพมักจะขาดทุนจนประเทศเกือบล่มจม สนามกีฬาหลายแห่งเมื่อแข่งขันจบก็ถูกทิ้งรกร้าง ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ยกตัวอย่างกรณีของบราซิลที่เป็นเจ้าภาพบอลโลกปี 2014 มีการทุ่มทุนสร้างสนามหลักหมื่นล้านดอลลาร์ ปัจจุบันถูกใช้เป็นที่จอดรถ

ผลพวงทางเศรษฐกิจมักจะมองว่าเป็นโอกาสในด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการใช้งบลงทุนก่อสร้างสนามกีฬา บ้านพักนักกีฬา และอื่นๆ ซึ่งก่อให้เกิดการจ้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องตามมา รวมถึงโอกาสในการประชาสัมพันธ์ประเทศและเมืองที่ใช้เป็นสถานที่แข่งขัน ให้ทั่วโลกรู้ว่ามีความเจริญ ทันสมัย และน่าเข้าไปทำธุรกิจการค้าการลงทุนแค่ไหน 

อย่างไรก็ตามรายได้จากท่องเที่ยวนั้น ส่วนใหญ่มักจะคาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวมากเกินความจริง เช่นในปี 2010 ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแค่ 2 ใน 3 ของตัวเลขที่ตั้งเป้า ฉะนั้นผู้ที่ได้ประโยชน์ตรงๆ จะเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมมากกว่าผู้ใช้แรงงานหรือผู้ให้บริการทั่วๆไป 

ในส่วนของผู้จัดงานซึ่งจะเป็นสมาคมฟุตบอล (ไม่ใช่ในแง่ประเทศ) รายได้ก้อนใหญ่สุดมาจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขัน รายได้จากการจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งขัน รายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก การทำข้อตกลงใบอนุญาตและลิขสิทธิ์ต่างๆ รวมทั้งรายได้ สปอนเซอร์การแข่งขัน

แต่คนที่ได้ประโยชน์จริงๆคือฟีฟ่าซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริง หากประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพร่วมคงต้องหักกลบลบกันให้ดีว่าคุ้มหรือไม่

ทวี มีเงิน
สื่อมวลชนอิสระ อดีตบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ
Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ