แน่หรือจีดีพีปี 2562 จบที่ 2.6 %

Columnist แน่หรือจีดีพีปี 2562 จบที่ 2.6 %

ชะตากรรมเศรษฐกิจประเทศไทยปีหมู พุทธศักราช 2562 จะอวสานปิดฉากลงด้วยอัตราการเจริญเติบโตที่ระดับ 2.6 % ตามคำพยากรณ์ของสภาพัฒน์ ได้หรือไม่…ไม่มีใครกล้าฟันธง ไม่มีใครกล้ายืนยัน แม้กระทั่งขุนพลเศรษฐกิจคนสำคัญข้างกายนายกฯลุงตู่อย่างรองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

ปัจจัยที่ทำให้แม้คนที่อยู่ใกล้ชิดกับชุดข้อมูลและชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างนายสมคิด ยังไม่กล้าประกาศยืนยัน ในโอกาสแสดงปาฐกถาต่อหน้าเจ้าสัวทั่วประเทศ บนเวทีสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ที่จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา น่าจะมีสาเหตุสำคัญแอบซ่อนอยู่หลายประการ

ประการแรก ร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ที่ยังคงคาราคาซังค้างการพิจารณาอยู่ในรัฐสภา ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามกำหนดเวลา

อย่างเร็วที่สุดที่ร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะเข้าสู่โหมด”ใช้การได้โดยสมบูรณ์” น่าจะต้องร้องเพลงรอยาวๆต่อไปจนถึงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2563

ช่องว่างระหว่างเวลากว่าจะถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ก็อาจต้องเผชิญกับมรสุมการเมืองที่ส่อเค้าจะกรรโชกแรงในช่วงเดือนมกราคม 2563 อันเนื่องมาจากกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายค้านจะเข้าชื่อกันยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หรือ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

จับพลัดจับผลูเกิดฝ่ายรัฐบาลเพลี้ยงพล้ำแก่ฝ่ายค้าน เหมือนที่เคยเกิดมาแล้วในการโหวตญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาผลกระทบจากการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44 โอกาสที่จะพัฒนาไปสู่การ”ยุบสภา” ย่อมจะเป็นไปได้สูง

หากเป็นเช่นนั้นย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องส่งผลกระทบต่อการพิจารณาผ่านร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 อย่างแน่นอน และอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่ทำนายทายทักเอาไว้ก็ย่อมจะต้องบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนตามไปด้วย

ประการที่ 2 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เสกสรรปั้นแต่งกันออกมา 3 รอบ 3 ระลอก กำลังถูกค่อนขอดเป็น “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขาเดียว” ที่มีกระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพหลัก ขณะที่กระทรวงอื่นๆอยู่ในโหมด”เกียร์ว่าง”

ยิ่งไปกว่านั้นเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจหลายแสนล้านบาท ที่คุยโอ้อวด มิได้เป็นการจัดสรรออกจากงบประมาณรายจ่าย เพื่อการจัดซื้อจัดจ้าง แต่มีลักษณะเป็น “สินเชื่อ” ที่ยึดโยงอยู่กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)-ธนาคารกรุงไทยและ ธนาคารออมสิน ซึ่งอยู่ในอาณัติของรัฐบาลเป็นสำคัญ

ความที่เงินหลายแสนล้าน ที่ธนาคารในอาณัติของรัฐบาล มีพันธะต้องอัดฉีดในรูปสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตาม”ใบสั่ง”ของรัฐบาล ภายใต้อิทธิพลกดดันจากปัจจัยเสี่ยงในเรื่องสินเชื่อไม่ก่อเกิดรายได้ หรือ NPL ประกอบกับบทบัญญัติตามพรบ.วินัยการเงินการคลังที่ค้ำคออยู่ ทำให้ผู้บริหารธนาคารทั้งหลาย ที่อยู่ในอาณัติของรัฐบาล พร้อมใจกันเลือกที่จะยึดถือสุภาษิต ”รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” ด้วยการกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อที่ละเอียด-รอบคอบ-รัดกุมอย่างยิ่ง เพื่อความมั่นคง-ยั่งยืนของตำแหน่งหน้าที่การงานตัวเอง

เม็ดเงินหลายแสนล้านจากธนาคารในอาณัติของรัฐบาล ที่ฝันหวานจะไปปั๊มเศรษฐกิจให้คึกคักมีชีวิตชีวา ในที่สุด…ในโลกของความจริงเป็นได้แค่ฝันที่หลุดลอย

ประการที่ 3 ความแข็งกระด้างของค่าเงินบาท ที่ดื้อต่อการใช้ยาแรงของแบงก์ชาติ ทั้งลดอัตราดอกเบี้ย…ผ่อนปรนให้มีการเคลื่อนย้ายเงินตราข้ามประเทศได้สะดวกคล่องตัวมากขึ้น…ผ่อนปรนให้พักเงินตราไว้นอกประเทศ

อาการแข็งตัวของค่าเงินบาทที่ต้านฤทธิ์ยาแรงของแบงก์ชาติ ส่งผลกระทบค่อนข้างรุนแรงต่อทั้งการส่งออก…การท่องเที่ยว…และกระแสการลงทุน

ปรากฏการณ์ที่การเมืองปั่นป่วน-ร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ยืดย้วย-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหลวเป๋ว-มาตรการทุบค่าเงินบาทไร้น้ำยา คือปรากฏการณ์ที่แขวนบนความเสี่ยง และทำให้ไม่มีใครกล้ายืนยันในอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ว่าจะจบลงที่ 2.6% ได้หรือไม่????

ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค
สื่อมวลชนอิสระ อดีตบรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์ TNN
Advertisement

ธปท.เผยครัวเรือนไทยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขึ้น สะท้อนสินเชื่อบัตรเครดิตโต 10%

ธปท.เปิดเผยภาคครัวเรือนไทยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขึ้น สะท้อนจากหนี้เพื่อการบริโภคอย่างบัตรเครดิตโต 10% และมีสัดส่วนหนี้คิดเป็น 15.2% ของหนี้ทั้งระบบ นอกจากนี้สินเชื่อส่วนบุคคลยังโต 8% โดยมีสัดส่วน 26.3% ของจำนวนหนี้ทั้งระบบ พร้อมแนะ 4 มาตรการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ยังมีความกังวลเกี่ยวกับหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น 82% ต่อจีดีพีในปี 62 โดยปี 63...

WHO ยังไม่ประกาศโคโรนาไวรัส “ภัยฉุกเฉิน” ระดับโลก

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุ โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ยังไม่ใช่ข้อวิตกฉุกเฉินทางสุขภาพระหว่างประเทศต่อสาธารณชน เจ้าหน้าที่ WHO มีการประกาศดังกล่าว หลังจากการประชุมฉุกเฉินผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเกี่ยวกับโคโรนาไวรัสเป็นเวลา 2 วัน นับถึงวันที่ 23 ม.ค. มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่กว่า 600 คนทั่วโลก แต่ส่วนใหญ่อยู่ในจีน ขณะทางการจีนรายงานผู้เสียชีวิต 17 ราย และพยายามควบคุมการระบาด รวมถึงมาตรการของทางการกรุงปักกิ่งที่ออกคำสั่งยกเลิกกิจกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงกิจกรรมงานวัด มีผลตั้งแต่วันที่ 23...

โคโรนา ไวรัส จาก “อู่หั่น” ระบาดสู่ตลาดหุ้น

 "ไวรัสโคโรนา" ชื่อนี้กำลังทำให้คนทั่วโลกตื่นตระหนก หลังพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสนี้  โดยเฉพาะที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน  จนต้องออกมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ตามรายงานข่าวระบุว่ามีการพบผู้ติดเชื้อไวรัส โคโรนา ในหลายประเทศ ทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเก๊า สิงคโปร์  สหรัฐ  และรวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งทางการจีนระบุว่า...

“ช้อปปี้” จับมือ “อังกอร์” แบรนด์หูฟัง “ตูน บอดี้สแลม” พร้อมเปิดพรีออเดอร์ใน “Shopee 2.2 Cashback Sale”

“ช้อปปี้” ประกาศความร่วมมือกับ “อังกอร์” (Encore) แบรนด์หูฟังจากแรงบันดาลใจของ ตูน บอดี้สแลม “ตูน อาทิวราห์” ในแคมเปญ “Shopee 2.2 Cashback Sale” โดยตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม - 10...

กางแผน “โตโยต้า” ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจปี 2563

ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2563 ดูเหมือนว่าจะถูกสะท้อนตัวเลขที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อเนื่องมาถึงเศรษฐกิจในประเทศไทยตามลำดับ โดยงานนี้ โตโยต้า ได้สะท้อนมุมมองด้านสถานการณ์ในประเทศ, การส่งออก และปัจจัยผลกระทบในทุกแง่มุมไว้อย่างน่าสนใจ นายมิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2563 คาดว่าจะอยู่ที่ 940,000 คัน ลดลงราว 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -

หลักสูตรเดียวในประเทศไทย

Business​ Today​ Academy
หลักสูตรการสร้างระบบคิด “เชิงนวัตกรรม”
หลักสูตรเดียวที่จะเปลี่ยน “ไอเดีย” เป็น “นวัตกรรมทำเงิน”
กรอกรายละเอียดเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม