Home Business Startup เปิดวิสัยทัศน์ SEA(Thailand) พี่ใหญ่วงการสตาร์ทอัพ

เปิดวิสัยทัศน์ SEA(Thailand) พี่ใหญ่วงการสตาร์ทอัพ

เมื่อพูดถึง SEA (Thailand) หลายคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่าคือใคร ? แต่หากพูดถึง การีน่า , ช้อปปี้ และ แอร์เพย์ อาจทำให้คุณถึงบ้างอ้อ เพราะ 3 แบรนด์นี้ อยู่ภายใต้ บริษัท SEA นั่นเอง และบริษัทนี้ก็ไม่ใช่บริษัทธรรมดา เมื่อสามารถก้าวขึ้นเป็นบริษัทสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น และก้าวเข้าไปสู่ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐได้ ซึ่งนอกจากการพัฒนาแบรนด์ในระดับภูมิภาคแล้วยังมีการพัฒนาในระดับที่เล็กลงมาเพื่อทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การพัฒนาสตาร์ทอัพใหม่ๆอีกด้วย

- Advertisement -

สำหรับ บริษัท Sea (ประเทศไทย) เป็นบริษัทที่ให้บริการ 3 ธุรกิจหลัก คือ แพลตฟอร์มเกม , อีคอมเมิร์ซ และ บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล ภายใต้ชื่อ Garena , Shopee และ Airpay ซึ่งเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น เช่น เกม Fifa Online , ROV , Call of Duty Mobile , Free Fire ฯลฯ โดยเป็นบริษัทสตาร์ทอัพจากสิงคโปร์ ในช่วงแรก SEA เข้ามาในนาม บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้บริการเกมออนไลน์ในปี 2012 และมีการเพิ่มช่องทางในการเติมเงินเข้าไปยังระบบเกมออนไลน์ให้ง่ายขึ้นด้วย Airpay ในปี 2014 แล้วจึงมีการเปิดแพลตฟอร์มการขายสินค้าออนไลน์ในรูปแบบอีคอมเมิร์ซ ในชื่อ Shopee

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่่บริหาร บริษัท Sea (ประเทศไทย) ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการทำให้ชีวิตของคนไทยง่ายขึ้น โดยเกมหลายๆเกมที่มีการพัฒนาขึ้นมาก็ถูกออกแบบมาให้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ประสทธิภาพไม่สูงมากหรือโทรศัพท์ที่ราคาไม่สูงมากในการเล่น เพื่อให้คนทุกเพศ-ทุกวัยได้เข้าถึงเกมได้ และมีการจัดการแข่งขันเกมต่างๆของการีน่าเอง เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเกมอีกด้วย ทั้งในด้านสังคมและด้านเศรษฐกิจ สังเกตได้จากปี 2012 ปีแรกที่บริษัทเข้ามา มียอดชมการแข่งขันเกมรวมอยู่ที่ 750,000 ครั้ง และ รางวัลรวมอยู่ที่ 800,000 บาท ด้วยปัจจัยการเติมโตที่ประชาชนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและสมาร์ทโฟน ทำให้ยอดยผู้ชมรวมในปี 2018 มีผู้ชมสูงถึง 276 ล้านครั้ง และเงินรางวัลรวมพุ่งขึ้นไปสูงถึง 67 ล้านบาท

นอกเหนือจากนี้ ประเทศไทยมีประชากรบนโลกอินเทอร์เน็ต(Netizen)อยู่ที่อันดับที่ 3 ของโลก ในปี 2019 โดยปัจจัยการเติบโตมาจากตลาดเกมและอีคอมเมิร์ซที่เติบโตมากขึ้นในระกับภูมิภาค ทำให้ในปี 2015 บริษัท ประกาศเปิดตัว Shopee แพลตฟอร์มค้า-ขายออนไลน์ ซึ่งเปิดตัวพร้อมกันใน 7 ประเทศ คือ สิงคโปร์ , มาเลเซีย , ไทย , ไต้หวัน , อินโดนีเซีย , เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญคือการเข้าถึงผู้บริโภคในท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ เช่น บางประเทศนิยมดารา-นักแสดงในประเทศมาก ๆ ก็มีการใช้พรีเซ็นเตอร์ในประเทศนั้น ๆ ในการดึงดูการขาย และยังมีในส่วนของภูมิภาคที่มีการเปิดตัวพรีเซ็นต์เตอร์ระกับโลกอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด เพื่อรองรับการขยายตลาดไปสู่ระดับโลกอีกด้วย

สิ่งที่ประเทศไทยเจอ คือ คนไทยรู้ว่ามี Shopee รู้ว่าใช้ขายของได้ แต่บางครั้งผู้ขายก็ไม่รู้ว่าใช้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นการลงไปให้ความรู้ในพื้นที่กับผู้ประกอบการรายเล็กจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ มีการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการ การเอาสินค้าไปขายบนโลกออนไลน์ไม่ใช่แค่การอัปโหลดภาพขึ้นไป แต่ทำอย่างไรให้คนรู้สึกว่าสินค้าชิ้นนั้น สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันให้เขาได้ ไม่ใช่แค่การเขียนรายละเอียดสินค้าธรรมดาแล้วคนจะซื้อ แต่เขียนอย่างไรให้คนรู้สึกว่าน่าซื้อ นอกจากการให้ความรู้แล้วยังเปิดโอกาสให้มีการ ถ่ายทอดสดการขายของ บนแอปพลิเคชันของ Shopee เองด้วย

มณีรัตน์ มองว่า สิ่งสำคัญหนึ่งที่เชื่อว่าทำให้ Shopee เป็นที่รู้จักคือรูปแบบของเว็บไซต์ถูกออกแบบหน้าตาของเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับโทรศัพท์มือถือ-สมาร์ทโฟนตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว ซึ่งในปี 2015 แทบจะมองไม่เห็นโอกาสเลยว่า สมาร์ทโฟน จะทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซโตได้อย่างไร ? แต่นั่นก็ทำให้เห็นว่า อัตราการเติบโตของเทคโนโลยี ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซพุ่งไปแบบก้าวกระโดด แต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่สามารถขายสินค้าข้ามประเทศได้แต่ก็จะมีการวางแผนพัฒนาในอนาคตต่อไป

ไม่ใช่แค่หน้าที่ของภาครัฐ ที่จะป้อนคนเข้าอุตสาหกรรมดิจิทัล

ในการพัฒนาองค์กรให้ไปถึงระดับยูนิคอร์นไม่ใช่เรื่องง่าย บุคลากรเป็นส่วนสำคัญที่จะพัฒนาและในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างก้าวไปเร็วมากจนทำให้บางครั้งภาคเอกชนต้องเข้าไปร่วมมือกับภาคการศึกษาในการจัดทำหลักสูตรและเปิดให้นักศึกษาเข้ามาเรียนรู้จริงในโลกแห่งการทำงาน ตลอดระยะเวลา 4 ปีในการเรียนที่มหาวิทยาลัย เมื่อจบการศึกษาออกมานักศึกษาเหล่านั้นก็จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาเรียนรู้งานอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นการปรับให้นักศึกษาเหล่านั้นเตรียมความพร้อมก่อนการทำงานและทำให้ระยะเวลาเรียนรู้งานสั้นลงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพื่อเป็นการลดช่องว่างระหว่างภาควิชาการและการปฏิบัติจริง โดยปัจจุบันมีการร่วมมือกับ 7 มหาวิทยาลัยชั้นนำในการร่วมพัฒนาหลักสูตรดังกล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่่บริหาร บริษัท Sea (ประเทศไทย) ระบุว่า นอกจากภาคการศึกษาแล้ว ยังมีการเข้าไปร่วมมือกับบริษัทสตาร์ทอัพใหม่ ๆ ในการแก้จุดบอดในบางเรื่อง เพราะส่วนตัวมีความเชื่อว่า หากบริษัทใดมีความเชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปแข่งขันกับบริษัทเล็กๆเหล่านั้น แต่สามารถเข้าไปร่วมมือกันเพื่อพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันจนทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้เกิดนวัตกรรมภายในประเทศมากยิ่งขึ้น

มณีรัตน์ มองว่าประเทศไทยมีปัจจัยหลายๆอย่างที่เหมาะสมแก่การพัฒนาสตาร์ทอัพใหม่ ๆ ทั้งพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์และภาครัฐที่หันมาสนับสนุนมากขึ้น แต่ในเวียดนามหรืออินโดนีเซียที่เรามองว่าอาจจะเสียเปรียบอาจเป็นในแง้ของประชากรที่จะมารองรับการใช้นวัตกรรมเหล่านั้น เพราะประชากรไทยอยู่ที่ 77 ล้านคน เมื่อมีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์คนทั้งประเทศอาจเทียบไม่ได้กับอินโดนีเซีย ที่มีประชากร 265 ล้านคน หรือ เวียดนามที่มีประชากรกว่ 90 ล้านคนรองรับ

“สิ่งหนึ่งที่บางครั้ง สตาร์ทอัพบางรายอาจขาดอยู่ คือ ยังมองภาพใหญ่ไม่พอสำหรับสินค้าตัวเอง เมื่อพัฒนาไปถึงระดับหนึ่งก็มักจะถึงทางตัน ดังนั้นหากสตาร์ทอัพ ต้องการที่จะเติบโตไปในระดับที่สูงมากขึ้น ไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาได้ในระดับเมือง-ระดับประเทศ แต่ต้องสามารถแก้ไขให้ได้ทั้งระดับภูมิภาคหรือในระดับโลกได้”

นพฤทธิ์ กมลสุวรรณ BTIT3https://businesstoday.co/author/noparit/
ผู้ประกาศข่าว / ผู้สื่อข่าว Money2Know , Business Today Thai

Latest

ประท้วงในสหรัฐลาม กว่า 20 เมืองประกาศเคอร์ฟิว

ลอสแอนเจลิส ชิคาโก แอตแลนตา และอีกกว่า 20 เมือง สั่งห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานในยามวิกาล โดยในหลายรัฐยังได้มีการเรียกร้องให้ทหารจากหน่วย National Guard เข้ามาช่วยควบคุมเหตุการณ์ความไม่สงบ เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเทศมณฑลลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นเทศมณฑลที่มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐฯ ถึง 10 ล้านคน...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

‘เบนซ์สตาร์แฟลก’ เตรียมเปิด AMG Service Center ปลายเดือน มิ.ย. นี้

นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ในนาม เบนซ์สตาร์แฟลก ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ พร้อมศูนย์บริการครบวงจร กล่าวว่า ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. บริษัทเตรียมเปิดตัว AMG Service Center บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร โดยมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ผ่านการรับรองเฉพาะของ AMG Certified เป็นผู้ให้ดูแลซึ่งเป็นการต่อยอดการให้บริการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทเปิดแคมเปญบริการหลังการขายพิเศษภายใต้ชื่อ “เบนซ์สตาร์แฟลก ใจดีทำอะไรก็มีรถทดแทน” เมื่อนำรถเข้ามาใช้บริการ ระหว่างซ่อมมีรถให้ใช้ฟรีทุกกรณีตลอดเดือน ...

VGI กำไรเพิ่ม 29.31% จากธุรกิจ Offline-to-Online ทะลุเป้า

บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ ปี 2562/63 รวม 1,423.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.31% จากปีก่อนทีมีกำไรสุทธิ 1,101.14 ล้านบาท คาดปีนี้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ยังประเมินสถานการณ์ยาก ภาพรวมธุรกิจในปี 2562/63 ประสบความสําเร็จจากการเป็นผู้ให้บริการ Offline-to-Online (“O2O”) โซลูชั่นส์ โดยสร้างสถิติทํากําไรสุทธิสูงสุดที่ 1,424 ล้านบาทตามเป้าหมายที่วางไว้ VGI...

บริษัทไฮเทคส่งเครื่องมือติดตามไวรัส รับการกลับเข้าทำงาน

บริษัทไฮเทคในสหรัฐ เล็งเห็นโอกาสใหม่ ในช่วงที่หลายรัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และทยอยให้พนักงานกลับไปทำงานในออฟฟิศ บริษัทและสตาร์ทอัพในซีกโลกตะวันตกได้พัฒนาแอปและอุปกรณ์สวมใส่แบบต่างๆ สำหรับติดตามและสกัดการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในหมู่พนักงาน เทคโนโลยีใหม่นี้ เรียกว่า “การสืบหาผู้สัมผัสใกล้ชิดทางดิจิทัล” ซึ่งแม้มีองค์กรใหญ่ๆ ไม่กี่แห่งที่ยอมรับว่าใช้เครื่องมือประเภทนี้ แต่ภาคธุรกิจมองว่าเทคโนโลยีใหม่นับว่ามีศักยภาพมากทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงที่ออฟฟิศต่างๆ เริ่มเปิดทำการอีกครั้ง เทคโนโลยีสืบหาผู้สัมผัสใกล้ชิด สามารถถอดรหัสได้ว่าพนักงานไปที่ไหนมาบ้าง และติดต่อใกล้ชิดกับใครบ้าง เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถบอกให้พนักงานกลับบ้านไปเก็บตัว หากข้อมูลระบุว่าพนักงานคนนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อโควิด-19 และเมื่อแยกตัวผู้มีโอกาสติดเชื้อออกไปแล้ว ก็จะทำให้ไม่เกิดการระบาดในหมู่พนักงาน นักวิเคราะห์แห่งบริษัทที่ปรึกษา ไอดีซี มองว่าเทคโนโลยีสืบหาผู้สัมผัสใกล้ชิด อาจมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ หากบริษัทต่างๆ หรือองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานเป็นพันคน เล็งเห็นประโยชน์ว่าสามารถช่วยได้ในเรื่องความปลอดภัยของพนักงาน...

Related News

ดึง 5 โปรเพลเยอร์ ROV เป็นพรีเซนเตอร์ Yamaha AEROX 155 สีใหม่

นางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาดกลุ่มรถออโตเมติก และตราสินค้า บริหารลูกค้าสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ และสื่อดิจิทัล บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ยามาฮ่า ร่วมกับ Garena และ Buriram United Esports ทำการตลาดผ่านเกมออนไลน์ชื่อดัง RoV โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกันคือกลุ่มวัยทีนที่ชื่นชอบความท้าท้ายและหลงไหลในความสปอร์ต ทั้งนี้ ได้มีการนำ...

AIS ออกโปรฯ เอาใจสายเกมเมอร์มือถือ หวังเจาะกลุ่มวัยรุ่นเพิ่ม!

AIS ZEED ผนึก Garena เดินกลยุทธ์ เจาะตลาดมิลเลนเนียลคออีสปอร์ต จัดแพ็กเกม Call of Duty® Mobile เล่นเกมฟรี ไม่เสียค่าเน็ต  AIS ZEED ร่วมมือกับ Garena ประกาศเป็นพาร์ทเนอร์กับเกม Call of Duty® Mobile มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มให้ลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่กับ AIS ZEED ที่เล่นเกม Call of Duty® Mobile โดยไม่เก็บค่าบริการอินเทอร์เน็ต...

“เปิดรับโอกาส ปรับตัว และไม่ยอมแพ้” เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของซีอีโอ Sea Thailand

Sea (ประเทศไทย) มีธุรกิจ 3 อย่างที่มีความแตกต่างกัน ทั้ง Garena บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ที่มี RoV ที่มียอดลงทะเบียนในไทยมากกว่า 31 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมี Free Fire และ Fifa Online ที่เป็นเกมยอดนิยมในหลายประเทศทั่วโลก AirPay แอปพลิเคชันกระเป๋าเงินออนไลน์ที่มีจุดให้บริการมากกว่า 200,000...