PM 2.5 ต้องถูกกำจัด! สภาวิศวกร เสนอ 8 แนวทางรับมือฝุ่น

BT News PM 2.5 ต้องถูกกำจัด! สภาวิศวกร เสนอ 8 แนวทางรับมือฝุ่น

ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพฯ ยังเป็นฝันร้ายของคนกรุงเทพฯ และ กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการหาแนวทางคลี่คลายปัญหา สภาวิศวกร ได้จัดแถลงข่าว “แนวทางการรับมือฝุ่น PM2.5 มหันตภัยร้ายปกคลุมน่านฟ้า กทม.” ชงทุกภาคส่วน หน่วยงานภาคอสังหาริมทรัพย์ คมนาคม ก่อสร้าง ขนส่งทางราง และสิ่งแวดล้อม ร่วมวางแผนสร้างมาตรการรองรับภัยฝุ่นละอองขนาดเล็กในระยะยาว

1.ติดตั้งระบบการแจ้งเตือนมลพิษในเมือง


ฝุ่นละอองพิษขนาดเล็ก PM 2.5 ในกรุงเทพ แต่ละพื้นที่มีความหนาแน่นของฝุ่นที่แตกต่างกัน ในบางพื้นมีปริมาณความหนาแน่นของฝุ่นตั้งแต่ 20 – 50  ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศปิด แต่เกิดจากมลพิษอากาศที่ปล่อยควันเสียของเครื่องยนต์ดีเซล การก่อสร้าง และจากโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้น จึงควรติดตั้งระบบการแจ้งเตือนมลพิษในกรุงเทพ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนที่ต้องเดินทางหรือต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองพิษขนาดเล็ก PM 2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งขณะนี้ มีการนำร่องติดตั้งสถานีตรวจวัดฝุ่น ณ สถานีพระจอมเกล้าลาดกระบัง และในอนาคตเตรียมขยายจุดติดตั้งเพิ่มขึ้น เพื่อต่อยอดไปสู่การทำแผนที่ตรวจสอบบริเวณที่มีฝุ่นหนาแน่น เพื่อแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ เช่น ระบบการแจ้งเตือนมลพิษในประเทศเกาหลีใต้ จีน และสหรัฐอเมริกา

 2.ผลักดันแนวคิดในการพัฒนาภาษีฝุ่น

แนวคิดนี้ หากนำมาใช้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ อาจใช้วิธีว่า หากองค์กรใดมีการบริหารจัดการการก่อสร้างที่มีมาตรฐาน ลดปริมาณการเกิดฝุ่น จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จะต้องเผชิญกับการเสียภาษีฝุ่น นอกจากนี้ ควรมีการจัดเก็บภาษีสำหรับยานพาหนะที่ปล่อยควันดำสร้างปัญหามลพิษทางอากาศ โดยหากยานพาหนะมีสภาพเก่าจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น เพื่อนำภาษีเหล่านี้มาดูแลทางด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสุขภาพของคนไทย

MQDC เปิดตัวต้นแบบหอฟอกอากาศระดับเมือง “ฟ้าใส” สู้ PM2.5

3.พัฒนาแอปฯ แจ้งเตือนปริมาณฝุ่น

โดยเฉลี่ยแล้วประชากรไทยจะมีโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องใช้เทคโนโลยีมาบริหารจัดการ เมื่อเข้าบริเวณฝุ่น PM 2.5 การพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อแจ้งเตือนประชาชน เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาและแบบเรียลไทม์ ตลอดจนเป็นแนวทางป้องกันให้ประชาชนสามารถเตรียมสวมหน้ากาก เมื่อจำเป็นต้องเข้าไปยังพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นหนาแน่น และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของคนไทย 

4.กำหนดพื้นที่เสี่ยง

ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณป้ายรถเมล์ นับเป็นบริเวณที่มีปริมาณฝุ่นหนาแน่น แต่กลับไม่มีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพฯ มีป้ายรถเมล์จำนวนถึง 5,000 ป้าย และมีป้ายรถเมล์ที่เสี่ยงต่ออันตรายสุขภาพถึง 1,000 ป้าย ดังนั้น ภาครัฐจึงควรลงทุนติดตั้งพัดลมบริเวณดังกล่าว เพื่อลดปริมาณฝุ่นสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ

5. ชี้ฉีดน้ำจากที่สูงแก้ไม่ตรงจุด

จากมาตรการการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ของกทม. ด้วยการฉีดน้ำล้างถนนและการติดสปิงเกอร์บนตึกสูงเพื่อพ่นละอองน้ำ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดและไม่เกิดประสิทธิภาพ เนื่องจากเมื่อละอองที่จับตัวกับฝุ่น PM 2.5 แห้งตัว ฝุ่นก็จะกลับมาฟุ้งกระจายเหมือนเดิม ดังนั้น ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรวิเคราะห์ถึงต้นเหตุของปัญหาและแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยที่ผ่านมา ต้นเหตุของการก่อฝุ่นโดยส่วนใหญ่ จะพบในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง ถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ป้ายรถเมล์ ใต้สถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น

6.พัฒนาระบบ Big Data

เพื่อจัดเก็บข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ รวมทั้งบริหารความเสี่ยงของพื้นที่ที่เป็นอันตราย เพื่อคาดการณ์และแจ้งเตือนความหนาแน่นของปริมาณฝุ่นที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อเอื้อต่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ การแจ้งปิดโรงเรียนเฉพาะแห่งที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น เพราะจากเหตุการณ์เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ภาครัฐได้ดำเนินการสั่งให้โรงเรียนทั้งหมดในพื้นกรุงเทพฯ ปิดทำการเรียนการสอน ซึ่งแท้จริงแล้วในโรงเรียนในบางพื้นที่ไม่ได้ประสบปัญหาดังกล่าว 

7. เตือนภัยกลุ่มเสี่ยง

ควรมีมาตรการในการแจ้งเตือนภัยสำหรับกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเป็นอันตรายจากฝุ่น PM 2.5โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด โรคทางสมอง และโรคมะเร็ง ซึ่งนับเป็นการทำลายทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต  

8. ชงนโยบายแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา สภาวิศวกร ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ผสานความร่วมมือในการลงพื้นที่ตรวจสอบและวัดปริมาณฝุ่น รวมทั้งจัดอบรมให้ความรู้ประชาชนให้มีองค์ความรู้เรื่องฝุ่นและการดูแลตัวเองในเบื้องต้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการจัดประชุมระดมความคิดเห็นร่วมกับนักวิชาการ จากหน่วยงานภาครัฐ และภาคการศึกษา เพื่อวิเคราะห์และเสนอทางออกการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5  ทั้งในระยะสั้น กลาง และระยะยาว ต่อรัฐบาล เพื่อนำไปพิจารณาและออกเป็นข้อบังคับใช้ในอนาคต

ดังนั้น สภาวิศวกร พร้อมเป็นหน่วยงานในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แก่หน่วยงานรัฐ เอกชน ภาคการศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่สนใจ

พุสดี สิริวัชระเมตตา
ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวคอร์เปอเรต การตลาด pussadees12@gmail.com
Advertisement

รื้อต๋ง..เจ๋งนะ แต่ทุบดอกเบี้ยกู้ด้วย..ยิ่งเจ๋ง

วิรไท  สันติประภพ แผลงฤทธิ์นับถอยหลังสั่งลาเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ ด้วยการเดินหน้าจัดระเบียบใหม่ค่าต๋งในระบบสถาบันการเงิน ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้แก่ลูกหนี้-ลูกค้าทั่วประเทศ น่าสงสัยว่าวิรไท ทำไมเพิ่งจะมาขยันขันแข็งรื้อจัดระเบียบค่าต๋งในระบบสถาบันการเงินเอาในห้วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง ทั้งที่ควรจะต้องทำมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2558 ปฏิกิริยาท่าทีขึงขังของวิรไท ในฐานะผู้ว่าแบงก์ชาติปีสุดท้าย ดูๆไปก็มีความคล้ายคลึงกับพล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ปีสุดท้ายอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นว่าด้วยการจัดระเบียบผลประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ยังไงซะการลงมือทำ ถึงแม้จะช้า ก็ดีซะกว่าไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้-ลูกค้าสถาบันการเงิน ไม่ให้ถูกสถาบันการเงินขูดรีดเอาเปรียบเอาซะเลย จังหวะแรกที่แบงก์ชาติเข้าเกียร์เดินหน้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ลูกหนี้และลูกค้าสถาบันการเงินไปแล้ว ตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ 2563 คือการสั่งสถาบันการเงินให้ปรับปรุงการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้และลูกค้า เบี้ยปรับกรณีชำระเงินงวดล่าช้า หรือผิดนัดชำระ...

กสทช. เปิดประมูล 5G แล้ว

พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. กล่าวเปิดงาน ประมูล 5G คลื่นความถี่ย่าน 700 MHz 2600 MHz และ 26 GHz ณ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

Highlight ! Business Today Issue 24 ( 17-23 ก.พ. 2563)

COVER STORY: เศรษฐกิจไทย ‘สาหัส’ 5 มรสุมถล่มแบบตั้งตัวไม่ติด หน้า 2 CEO VISION: ทอม-ดี้ E-Commerce เลยหลัก 100 ล้าน ไปนานแล้ว หน้า 3 BUSINESS  MODEL: Silicon Valley Hub แห่งเทคโนโลยีที่สร้าง ‘มหาอำนาจโลก’ /...

บุคลากรแพทย์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มหนึ่งราย สธ.แจงไม่ใช่สถาบันบำราศฯ

กระทรวงสาธารณสุข พบผู้ป่วยยืนยัน โควิด-19  อีก 1 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ยืนยันไม่ใช่บุคลากรของสถาบันบำราศนราดูร รวมผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 20 ราย กลับบ้านแล้ว 14 ราย รวมสะสม 34 ราย วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2563 ) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย...

เทรนด์สมาร์ทโฟน 2020 จอพับกำลังจะกลับมา ?

รายการ Tech Today ดำเนินรายการโดย : นพฤทธิ์  กมลสุวรรณ และ ทรงกลด แซ่โง้ว / ผู้สื่อข่าวไอที Business Today จับตาเทรนด์สมาร์ทโฟน ปี 2020 โทรศัพท์มือถือปีนี้ จอพับได้กำลังจะกลับมาหรือไม่ ? ทั้งพับแบบขยายเป็นแท็บเล็ต ต้องดูความทนทาน และพับได้แบบในอดีต

แบงก์ชาติจีนกล่อมธนาคารทนรับ Bad Loans สู้ไวรัสโคโรนา

ธนาคารกลางจีน (PBOC) กล่าวเรียกร้องให้ภาคธนาคารและสถาบันการเงินอดทนกับภาวะหนี้เสีย หรือ Bad Loans ที่จะอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเป็นผลพวงของความพยายามในการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจฟื้นตัวกลับมาได้จากวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดหนัก นาย ฟาน อีเฟย รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวแถลงข่าวในวันนี้ว่า ทางธนาคารกลางจะทำทุกวิถีทางให้การสนับสนุนบรรดาบริษัทที่ผ่านการรับรองอย่างเต็มที่ เพื่อให้บริษัทเหล่านั้นสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่้งจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมกลับมามีเสถียรภาพและช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ขณะเดียวกัน ทางธนาคารกลางจีนยืนยันว่า ปัญหาเรื่อง Bad Loans เป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนสามารถจัดการได้ เนื่องจากอัตราหนี้เสียของจีนในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ความเห็นของธนาคารกลางจีนล่าสุดมีขึ้นท่ามกลางความพยายามของภาครัฐและธนาคารกลางที่จะบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอย่างสุดความสามารถ โดยที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้อนุมัติเงินอัดฉีดเพื่อลดภาระทางการเงินของภาคธุรกิจแล้วหลายครั้ง ส่วนความคืบหน้าของสถานการณ์ไวรัสโคโรนา คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ