Home BT News สำรวจธุรกิจไหน 'ฟื้น-ไม่ฟื้น' หลังผ่อนคลายระยะ 2

สำรวจธุรกิจไหน ‘ฟื้น-ไม่ฟื้น’ หลังผ่อนคลายระยะ 2

การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในระยะ 2 เริ่มตั้งแต่ 17 พ.ค. ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ยังไม่เทียบไม่ได้กับช่วงก่อนการระบาด

หลังจากผ่อนคลายมาตรการ มีธุรกิจไหนจะฟื้นตัวได้ และ ธุรกิจไหนยังคงได้รับผลกระทบต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งจากหลักเกณฑ์การผ่อนคลายที่ประกาศออกมาช่วยให้พอมองเห็นภาพได้ชัดขึ้น

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics (ทีเอ็มบี อนาลิติกส์) ประเมินการฟื้นของธุรกิจหลังปลดล็อกโควิด-19 ออกเป็น 3 กลุ่ม

- Advertisement -

1) “ฟื้นแบบ V-Shape” เป็นกลุ่มสินค้าจำเป็นและพึ่งพิงตลาดในประเทศ 

2) “ฟื้นแบบ U-Shape” เป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลดีจากการทยอยปลดล็อกดาวน์ตลาดในประเทศและตลาดส่งออก ซึ่งธุรกิจที่ฟื้นตัวทั้งแบบ V และ U มีสัดส่วนจ้างงานกว่า 70% คิดเป็น 11 ล้านคน และ

3) “ฟื้นแบบ L-Shape” เป็นกลุ่มที่แม้จะคลายล็อกดาวน์แล้วแต่ผลกระทบจากโควิด-19 ยังคงมีอยู่ และยังมีปัจจัยเสี่ยงจากโครงสร้างภายในธุรกิจ ชี้ผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์รับกับการฟื้นตัวธุรกิจของตนเอง

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ประเมินแนวโน้มลักษณะการฟื้นตัวของภาคธุรกิจภายหลังการทยอยผ่อนคลายล็อกดาวน์โดยพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ความน่าจะเป็นในการทยอยปลดล็อกทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกของแต่ละธุรกิจ รวมถึงความจำเป็นของลักษณะสินค้าต่อการดำรงชีวิตประจำวันของผู้บริโภค 2) ปัจจัยเสี่ยงด้านโครงสร้างธุรกิจที่มีอยู่เดิมและมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบอย่างหนักแม้ปลดล็อกดาวน์ไปแล้ว เนื่องจากกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว

จากวิเคราะห์ร่วมกัน 2 ปัจจัยดังกล่าว เราพบว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของแต่ละธุรกิจหลังปลดล็อกดาวน์ สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มการฟื้นตัว ดังนี้

1. กลุ่มธุรกิจฟื้นแบบ V-Shape (ภายใน 3 เดือน) ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค บรรจุภัณฑ์ โรงพยาบาล/ คลินิกและยารักษาโรค ฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู อาหารสัตว์ ไอทีและสื่อสาร กลุ่มนี้จะเริ่มฟื้นตัวกลับมา จากลักษณะสินค้าที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันและส่วนใหญ่พึ่งพิงตลาดในประเทศ ซึ่งทำให้ธุรกิจเหล่านี้ยังคงการจ้างงานที่มีอยู่จำนวน 4.8 ล้านคน หรือคิดเป็น 29.6% ของการจ้างงานรวมของภาคธุรกิจที่จดทะเบียนธุรกิจ ซึ่งกระจายตัวไปในธุรกิจผลิต-ขายปลีก ขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคมากที่สุด รองลงมาเป็นกลุ่มธุรกิจสุขภาพและผลิตไฟฟ้า เป็นต้น

2. กลุ่มธุรกิจฟื้นแบบ U-Shape (ในช่วง 3-6 เดือน) ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ พลังงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล การขนส่งผู้โดยสารและสินค้าทางบกและทางเรือ บริการธุรกิจ รับเหมาก่อสร้าง กลุ่มนี้จะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปจากการคลายล็อกดาวน์ของตลาดในประเทศและตลาดส่งออก ต้องอาจใช้เวลาพอสมควรกว่าการคลายล็อกดาวน์จะครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ และช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้ทยอยจ้างงานเพิ่มขึ้นในช่วง 6 เดือนข้าง จากการจ้างงานปกติอยู่ที่ 6.4 ล้านคนหรือมีสัดส่วน 39.5% กระจายตัวไปในธุรกิจบริการทางธุรกิจ รับเหมาก่อสร้างและอาหารเครื่องดื่ม

3. กลุ่มธุรกิจฟื้นแบบ L-Shape (มากกว่า 6 เดือน) ได้แก่ โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจการบิน ธุรกิจบันเทิงและการกีฬา ยานยนต์และชิ้นส่วน อสังหาริมทรัพย์ เฟอร์นิเจอร์ สินค้าแฟชัน เหล็ก ยางพารา คาดว่ากลุ่มนี้อาจจะฟื้นตัวไม่ทันปีนี้ แม้ว่าปลดล็อกดาวน์แล้วแต่ยังคงได้ผลกระทบจากโควิด จากมาตการรัฐและพฤติกรรมของผู้คนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและติดเชื้อ

ที่สำคัญกลุ่มนี้ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านกำลังซื้อที่หดหายไป รวมถึงปัจจัยเสี่ยงภายในธุรกิจจากภัยธรรมชาติ การแข่งขันภายในธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี กฎระเบียบของภาครัฐ ฯลฯ คาดว่าในปี 2564 ธุรกิจเหล่านี้จะกลับจ้างงานได้ในระดับใกล้เคียงกับปี 2562 ที่จำนวน 5 ล้านคน หรือมีสัดส่วน 30.9% กระจายไปอยู่ในธุรกิจร้านโรงแรมร้านอาหาร อสังหาริมทรัพย์และกลุ่มยานยนต์

เนื่องจาก ระยะเวลาการฟื้นตัวแต่ละธุรกิจไม่เท่ากัน ดังนั้น ผู้ประกอบการมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อมรับกับลักษณะการฟื้นตัวและกำหนดกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับธุรกิจ

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

‘สมคิด’ ชี้ครึ่งปีหลังเจอพายุเศรษฐกิจทั่วโลก หวังอานิสงส์ 2 ไตรมาสแรกพาไทยรอด

'สมคิด' รับ เศรษฐกิจ ทั่วโลกอ่วมจากโควิด-19 หวังครึ่งปีหลังฟื้นตัว เผย “เจโทร” ยังมั่นใจลงทุนไทย ไม่เคลื่อนย้าย เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เวลา เวลา 08.00 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายทาเคทานิ อัทสึชิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ (เจโทร...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

ปตท.ออกหุ้นกู้กรีนบอนด์ 2 รุ่น ดอกเบี้ย 2.25-2.85%

ปตท.เตรียมเสนอขายหุ้นกู้  2 รุ่น ให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป เป็นหุ้นกู้กรีนบอนด์ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.25% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.85% ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2559-2562 ในวันที่ 20 กรกฎาคม...

Ford จัดหนักเปิดแคมเปญรับประกัน ‘เครื่อง-เกียร์’ นาน 10 ปี

Ford เปิดตัว 2 แคมเปญ รับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. และ Referral Campaign สร้างความมั่นใจผลิตภัณฑ์ระยะยาว นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวแคมเปญ “การรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ...

ซัมซุงชี้ กำไรเพิ่ม 23% จากยอดขายชิพ

ซัมซุง ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลก คาดว่าผลกำไรของบริษัทจะเพิ่มขึ้นสูงกว่า 20% ในไตรมาสสุดท้าย เนื่องจากบริษัทสามารถต่อสู้กับสภาวะตลาดที่ตกต่ำจากสถานการณ์โรคโคโรนาไวรัสระบาดได้เป็นอย่างดี กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีคาดว่าผลกำไรจากการดำเนินงานในช่วงสามเดือนของไตรมาสที่สองน่าจะมีมูลค่าราว 8.1 ล้านล้านวอน (6.8 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งถือเป็นผลกำไรที่เพิ่มขึ้นถึง 23% จากตัวเลขในช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวยังเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ราว 2%นอกจากนี้ซัมซุงยังคาดว่ายอดขายจะตกลง 7% หรือประมาณ 52 ล้านล้านวอน (4.36 หมื่นล้านดอลลาร์) ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่ายอดขายน่าจะอยู่ที่ 51.4 ล้านล้านวอน...

Related News

กรุงศรีชี้เศรษฐกิจไทยเสี่ยงพื้นแบบ L-Shape จากคาดการณ์ U-Shape

ศูนย์ย์วิจัยกรุงศรี คาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะหดตัว 10.3% ในปี 2563 จากเดิมที่คาดว่าจะติดลบ 5% โดยมองว่าเศรษฐกิจในภาพรวมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น L-Shape ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าแม้ไทยจะไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศมากว่า 1 เดือน และมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่มาตรการเฝ้าระวัง เช่น การรักษาระยะห่างทางสังคม การระงับการบินระหว่างประเทศ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ยังกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้วิจัยกรุงศรีปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้และมองว่าจะหดตัว...

2 โบรกฯประเมินกำไรแบงก์ไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาดการณ์ แนะอย่าถือยาว เล่นเก็งกำไร

2 โบรกฯ ชี้ความเสี่ยงหุ้นแบงก์ หวั่นกำไรไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาดการณ์ ชิงหั่นกำไร KBANK หดตัว 40% จากพอร์ตสินเชื่อธุรกิจท่องเที่ยว-รายเล็กอ่วมพิษโควิด แนะนักเล่นหุ้น ‘เก็งกำไร’ เมินลงทุนยาว เลือก ‘BBL-TISCO’ เป็นหุ้นเด่น-ตั้งสำรองสูง นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า...

ถามใจดู…ธุรกิจไหนโละคนมากสุดจากพิษไวรัส

การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบกันไปถ้วนหน้า รวมถึงในทวีปยุโรปที่อัตราการระบาดและเสียชีวิตของหลายประเทศอยู่ในระดับสูง ผลกระทบที่ตามมาจากการระบาดคือหลายบริษัทต้องลดคนงาน ดันอัตราว่างงานทั่วยุโรปให้สูงขึ้น สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป (อียู) รายงานว่าเมื่อเดือนเม.ย. คนในอียูตกงานประมาณ 397,000 คน โดยในบรรดาผู้ที่ตกงานนั้น มีทั้งที่ตกงานชั่วคราวช่วงล็อคดาวน์ซึ่งระหว่างนี้ก็ได้ความช่วยเหลือจากภาครัฐ และพวกที่ต้องไปหางานใหม่คือถูกเลิกจ้างไปเลย เมื่อไล่เรียงดูแล้ว ธุรกิจที่มีการลดงานอันดับต้นๆ ในยุโรป คือสายการบินและภาคยานยนต์ เริ่มจากลุฟท์ฮันซา ที่ประกาศเมื่อเดือนมิ.ย. ว่าจะลดงาน 22,000 ตำแหน่ง เนื่องจากไวรัสทำอุตสาหกรรมเดินทางท่องเที่ยวหยุดชะงัก โดยงานครึ่งหนึ่งที่ลด จะอยู่ในเยอรมนี ก่อนหน้านั้น...

จับตามาตรการกระตุ้น ครม.เศรษฐกิจถก ‘เต็มคณะ’ ศุกร์ 10 ก.ค.

จับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ นายกฯเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ 10 ก.ค.นี้ แบบ "เต็มคณะ" ติดตามภาวะเศรษฐกิจและช่วยเอสเอ็มอี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมได้เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจเต็มคณะ ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่จะถึงนี้เวลา 10.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ กล่าวว่าวาระสำคัญคือการติดตามภาวะเศรษฐกิจของไทย และการพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม...

จับตา ‘อาลีบาบา’ เตรียมพร้อม ติดปีก(อีกครั้ง)ใน 5 ปีข้างหน้า

หุ้นของอาลีบาบามีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 140% นับตั้งแต่เปิดตัวเข้าตลาดหุ้นของสหรัฐฯ เมื่อปี 2014 แต่อนาคตอีก 5 ปี เทคยักษ์ใหญ่แดนมังกรจะเป็นอย่างไร อาลีบาบาเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ซึ่งมีส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตของผู้บริโภคและธุรกิจในประเทศจีน ในปี 2015 บริษัทอาลีบาบามีรายได้ถึง 1.23 หมื่นล้านดอลลาร์ภายหลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ได้ไม่นาน และเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ บริษัทฯ สรุปยอดรายได้อยู่ที่ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 480% ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังมีความไม่แน่นอนในด้านความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน...