ตรุษจีน 63 กสิกรฯ คาดนักท่องเที่ยวจีนยังแห่มาไทย เพิ่มจากปีก่อน 2.7%

BT News ตรุษจีน 63 กสิกรฯ คาดนักท่องเที่ยวจีนยังแห่มาไทย เพิ่มจากปีก่อน 2.7%

แม้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะพลิกกลับมาเติบโตเป็นบวกจากที่หดตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 แต่แนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยปี 2563 ยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเหตุความไม่สงบในฮ่องกง ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนจุดหมายท่องเที่ยวไปยังประเทศอื่น


สำหรับประเทศไทยในปี 2563 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนส่วนหนึ่งนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยน่าจะยังมีบรรยากาศที่ดี โดยคาดว่าในช่วงนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 365,500 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 2.7% เติบโตใกล้เคียงกับตรุษจีนปีที่ผ่านมา ผลพวงจากการทำตลาดอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประกอบกับมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrivals เป็นปัจจัยที่สนับสนุนในการทำตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน

เปิดตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย

ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดหลังตรุษจีน ยังเป็นปัจจัยเดิมที่ยังมีผลต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ได้แก่่ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่จะส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม ซึ่งส่งผลทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของไทยจะทำตลาดยากขึ้น บวกกับการจากการบุกตลาดท่องเที่ยวในประเทศจีนเองและระหว่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวมีจุดหมายปลายท่องเที่ยวที่เป็นทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ยังไม่รวมความผันผวนของค่าเงินบาทเทียบหยวน เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ที่ส่งผลต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวด้านราคา

ขณะที่ปัจจัยท้าทายใหม่ที่ต้องติดตาม ได้แก่ โรคปอดที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสโคโรน่า (Coronavirus (COV)) สายพันธุ์ใหม่ในเมืองอู่ฮั่นในมณฑลหูเป่ย ของจีน พัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ผันผวนสูง ตลอดจนภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยว

อย่างไรก็ดี  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมองว่า ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ยังอยู่ในกรอบจำกัด และปัจจัยเสี่ยงบางประการอาจจะส่งผลในทางบวกบ้างต่อการท่องเที่ยวไทย เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน อาจจะส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวจีนบางกลุ่มปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหันมาเดินทางระยะใกล้เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณ เช่นเดียวกับปัญหาความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปท่องเที่ยวในภูมิภาคดังกล่าว รวมถึงการที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์โรคปอดที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสโคโรน่า (Coronavirus (COV)) สายพันธุ์ใหม่นี้อย่างใกล้ชิด

            ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ทั้งปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะอยู่ที่ประมาณ 11.10-11.30 ล้านคน หรือเติบโตประมาณ 1.6%-3.5% ชะลอลงจากปี 2562  ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนคงจะไม่สูงดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งนอกเหนือจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่กล่าวข้างต้น สาเหตุอีกส่วนหนึ่งมาจากฐานของตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่มีขนาดใหญ่ด้วย นอกจากนี้ การขยายตัวเป็นบวกที่ต่อเนื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยคงจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปี ภาพการเติบโตจะเผชิญความท้าทายจากผลของฐานที่สูงในก่อน

เปิดตัวเลขค่าการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวจีน

ในอดีต นักท่องเที่ยวจีนนับเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มักจะมีการใช้จ่ายระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศที่สูง ซึ่งรวมถึงการใช้จ่ายในประเทศไทยด้วย แต่ในปี 2562 ที่ผ่านมา การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ พบว่า ชะลอตัวลงในหลายๆ ประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจจีนและค่าเงินหยวนที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนบางกลุ่มมีการระมัดระวังในการใช้จ่าย

นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากพฤติกรรมและความต้องการในสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนที่เปลี่ยนไป โดยจะให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของสินค้าและบริการ มีการเปรียบเทียบราคาสินค้าและบริการมากขึ้น อีกทั้งเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถที่จะสืบหาและเปรียบเทียบสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเข้าถึงแหล่งที่ซื้อสินค้าในราคาที่ไม่สูง

สำหรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2563 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 550,000–560,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 1.1%-2.8% ชะลอลงจากปี 2562 ซึ่งหากพิจารณาหมวดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยที่ยังขยายตัว จะเป็นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับการใช้จ่ายด้านโรงแรมและที่พักจะมีมูลค่าลดลง เพราะแข่งขันของธุรกิจโรงแรมและที่พัก ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนมีทางเลือกมากขึ้นในการเปรียบเทียบคุณภาพและราคา

ปรับตัวรับมือนักท่องเที่ยวจีน            

            ภายใต้สภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่มีมากขึ้น ในขณะเดียวกันพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนและต่างชาติที่เปลี่ยนเร็วโดยมีความต้องการที่ซับซ้อนและหลากหลาย สะท้อนจากความต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง (FIT) มากขึ้น ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวจึงหนีไม่พ้นที่คงจำเป็นต้องปรับวิถีการดำเนินธุรกิจให้เท่าทันและแตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็น การปรับแพคเกจท่องเที่ยวให้เข้ากับเทรนด์และความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของนักท่องเที่ยวจีนแต่ละกลุ่ม แต่ละช่วงวัย หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางกับครอบครัวที่มีหลายช่วงวัย นอกจากนี้ยังเข้าไปอยู่ในช่องทาง/แพลตฟอร์ม/แอพพลิเคชั่น ที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมใช้ในการค้นหาแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งการใช้ QR Code และเทคโนโลยี AR ที่สามารถเชื่อมคลิปวิดีโอในการช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่างๆ หรือแม้กระทั่งการมีระบบการชำระเงินที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมใช้ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว

ท็อปฟอร์มต่อเนื่อง “ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอลฯ” ทิ้งไพ่เด็ด ส่งหนังแอกชั่นฟอร์มยักษ์รับตรุษจีน

เจาะลึก 4 กลยุทธ์ธุรกิจพิชิตใจนักท่องเที่ยวจีนแบบติดไซเรน!

พุสดี สิริวัชระเมตตา
ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวคอร์เปอเรต การตลาด pussadees12@gmail.com
Advertisement

เลขาฯ กสทช. คาด เงินประมูล 5G พุ่งแตะแสนล้าน

หลังจบการประมูลคลื่น 700 MHz ในรอบแรกที่ราคาต่อชุด 17,153 ล้านบาท รวม 3 ชุด เป็นเงิน 51,459 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งยอดเงินห่างจากยอดเงินประมูลที่ กสทช. ประเมินไว้ 7 หมื่นล้านบาทนั้น แค่ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ยังเหลือคลื่นให้ประมูลอีก...

รื้อต๋ง..เจ๋งนะ แต่ทุบดอกเบี้ยกู้ด้วย..ยิ่งเจ๋ง

วิรไท  สันติประภพ แผลงฤทธิ์นับถอยหลังสั่งลาเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ ด้วยการเดินหน้าจัดระเบียบใหม่ค่าต๋งในระบบสถาบันการเงิน ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้แก่ลูกหนี้-ลูกค้าทั่วประเทศ น่าสงสัยว่าวิรไท ทำไมเพิ่งจะมาขยันขันแข็งรื้อจัดระเบียบค่าต๋งในระบบสถาบันการเงินเอาในห้วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง ทั้งที่ควรจะต้องทำมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2558 ปฏิกิริยาท่าทีขึงขังของวิรไท ในฐานะผู้ว่าแบงก์ชาติปีสุดท้าย ดูๆไปก็มีความคล้ายคลึงกับพล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ปีสุดท้ายอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นว่าด้วยการจัดระเบียบผลประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ยังไงซะการลงมือทำ ถึงแม้จะช้า ก็ดีซะกว่าไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้-ลูกค้าสถาบันการเงิน ไม่ให้ถูกสถาบันการเงินขูดรีดเอาเปรียบเอาซะเลย จังหวะแรกที่แบงก์ชาติเข้าเกียร์เดินหน้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ลูกหนี้และลูกค้าสถาบันการเงินไปแล้ว ตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ 2563 คือการสั่งสถาบันการเงินให้ปรับปรุงการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้และลูกค้า เบี้ยปรับกรณีชำระเงินงวดล่าช้า หรือผิดนัดชำระ...

กสทช. เปิดประมูล 5G แล้ว

พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. กล่าวเปิดงาน ประมูล 5G คลื่นความถี่ย่าน 700 MHz 2600 MHz และ 26 GHz ณ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

Highlight ! Business Today Issue 24 ( 17-23 ก.พ. 2563)

COVER STORY: เศรษฐกิจไทย ‘สาหัส’ 5 มรสุมถล่มแบบตั้งตัวไม่ติด หน้า 2 CEO VISION: ทอม-ดี้ E-Commerce เลยหลัก 100 ล้าน ไปนานแล้ว หน้า 3 BUSINESS  MODEL: Silicon Valley Hub แห่งเทคโนโลยีที่สร้าง ‘มหาอำนาจโลก’ /...

บุคลากรแพทย์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มหนึ่งราย สธ.แจงไม่ใช่สถาบันบำราศฯ

กระทรวงสาธารณสุข พบผู้ป่วยยืนยัน โควิด-19  อีก 1 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ยืนยันไม่ใช่บุคลากรของสถาบันบำราศนราดูร รวมผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 20 ราย กลับบ้านแล้ว 14 ราย รวมสะสม 34 ราย วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2563 ) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย...

เทรนด์สมาร์ทโฟน 2020 จอพับกำลังจะกลับมา ?

รายการ Tech Today ดำเนินรายการโดย : นพฤทธิ์  กมลสุวรรณ และ ทรงกลด แซ่โง้ว / ผู้สื่อข่าวไอที Business Today จับตาเทรนด์สมาร์ทโฟน ปี 2020 โทรศัพท์มือถือปีนี้ จอพับได้กำลังจะกลับมาหรือไม่ ? ทั้งพับแบบขยายเป็นแท็บเล็ต ต้องดูความทนทาน และพับได้แบบในอดีต

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ