Home BT News ผลสำรวจเผย คนไทยในยุคดิจิทัลทำงานแบบ 'นินจา'

ผลสำรวจเผย คนไทยในยุคดิจิทัลทำงานแบบ ‘นินจา’

ไมโครซอฟท์ประเทศไทย เผยผลสำรวจเทรนด์คนออฟฟิศปัจจุบัน มุ่งหน้าเข้าสู่ปี 2020 ด้วยการทำงานที่จะยืดหยุ่น ทำงานร่วมกันแบบกระชับฉับไว ให้ได้งานมากที่สุด

ในปัจจุบัน เมื่อสิ่งต่าง ๆ มีการหมุนเวียนไปตามความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ยุคสมัยของการทำงานแบบเดิม ๆ จึงเริ่มเคลื่อนเข้าสู่โลกเชิงดิจิทัลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะวิถีชีวิต ความคิด ทัศนคติและไลฟ์สไตล์การทำงานของผู้คนจากต่างวัยที่เริ่มมีการปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงคงเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก เครื่องมือการสื่อสารระหว่างคนในองค์กรและนอกองค์กรนั่นเอง

-ไมโครซอฟท์ เปิดจอง Surface Pro X 13 ม.ค.
-ไมโครซอฟท์ จับมือ ETDA เปิดหลักสูตรปูพื้นฐาน AI ให้ผู้บริหารไทย

- Advertisement -

เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามาเป็นกำลังพื้นฐานในการทำงานของผู้คนในยุคปัจจุบัน เทรนด์การทำงานร่วมกันจึงเปลี่ยนแปลงไปภายใต้คอนเซ็ปต์ Independent but Collaborative หมายความว่า ผู้คนหันมาใส่ใจพื้นที่ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในการทำงานมากยิ่งขึ้น

แต่การหันมามีไพรเวทสเปซของตนเองในครั้งนี้ก็ไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานให้ลดลงแต่อย่างใด เพียงแต่ผู้คนนั้นหันมาสนใจเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถตอบโจทย์การทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างง่ายดายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

จากผลสำรวจที่จัดทำขึ้นโดย ทีม ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ผ่านเกมทดสอบความเป็นตัวเองในที่ทำงาน (Personality Test) ที่แบ่งไลฟ์สไตล์การทำงานออกเป็นทั้งหมด 7 ประเภท โดยมีผู้เข้าร่วมเล่นจำนวนมากกว่า 1,000 คน จากทั่วประเทศไทย พบว่า

-20% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้ผลสรุปเป็น ไอเดียตัวแม่ ไอเดียตัวพ่อ (The Ideamaker)
-21% เป็น ครูเจ้าระเบียบ ฝ่ายปกครองมาเอง (The Ruler)
-10% เป็น เดอะบอส (The Executive)
-7% เป็น นักบุญ แม่พระ (The Guardian)
-12% เป็น หน่วยข่าวกรอง (The Socialite)
-28% เป็น นินจาซุ่มเงียบ (The Ninja)
-2% เป็น รุ่นเดอะ AKA เดอะไดโนเสาร์ (The Dinosaur) ตามลำดับ

โดยในแบบสอบถามยังได้แบ่งกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามออกเป็นทั้งหมด 4 เจอเนอเรชั่น ได้แก่ กลุ่มเบบี้บูมเมอร์ เจเนอเรชั่น X, Y และ Z

ผลสำรวจเผย คนไทยในยุคดิจิทัลทำงานแบบ 'นินจา'

โดยหลังจากได้นำผลสรุปที่ได้มาวิเคราะห์ จะเห็นถึงข้อบ่งชี้ที่ว่าเทรนด์การทำงานบนโลกแห่งยุคอนาคตใหม่นี้มีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งนำไปสู่เทรนด์ในการทำงานปี 2020 ได้ตามข้อสรุปดังต่อไปนี้

นินจาไทย เก่งกาจกว่าใครในยุค 2020

จากผลสำรวจพบว่า ทุกเจเนอเรชั่นได้ผลสรุปอันดับหนึ่งออกมาเป็นไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ ‘นินจา’ คิดเป็นจำนวนกว่า 28% จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ซึ่งสอดคล้อง ไปกับเทรนด์การทำงานบนโลกยุคดิจิทัล ได้แก่ การที่ผู้คนชอบทำงานบนพื้นที่ความเป็นอิสระและความเป็นส่วนตัวของตนเองมากยิ่งขึ้น หรือสามารถเรียกในอีกมุมหนึ่งได้ว่าผู้คนเริ่มหันมานิยมไลฟสไตล์การทำงานแบบ Mobile Working นั่นหมายถึง การที่คุณสามารถทำงานจากที่ไหนบนโลกก็ได้ เพียงแค่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเท่านั้น โดยคุณเองยังสามารถเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วย

เจ้าแม่ระเบียบจัด ที่จัดสรรชีวิตแบบไฮเทค

ลำดับต่อมา จากผลสำรวจในแต่ละเจนเนอเรชั่น พบว่า 31% ในกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ และ 22 % ในกลุ่มเจนเนอเรชั่น X ได้ข้อสรุปลำดับที่สองว่ามีไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ ‘ครูเจ้าระเบียบ’ ซึ่งก็เปรียบได้ว่ากลุ่มคนในช่วงอายุนี้ยังคงรักษาระบบการทำงานแบบดั้งเดิมเอาไว้ โดยมีการยึดกฎเกณฑ์และการทำงานขององค์กรเป็นหลัก

เพียงแต่มีการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินงานโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย อาทิ การเริ่มใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานหรือชิ้นงานของตนเองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เป็นต้น

ไอเดียบรรเจิด โก้ หรูกว่าใคร ต้องยกให้เจน Y และ เจน Z

ในขณะเดียวกัน จากผลสำรวจในแต่ละเจนเนอเรชั่น พบว่า 21% ของทั้งกลุ่มเจเนอเรชั่น Y และ Z ได้ผลลัพธ์รวมอันดับสองออกมาเท่ากัน เป็นไลฟสไตล์การทำงานแบบ ‘ไอเดียตัวแม่ และไอเดียตัวพ่อ’ สอดคล้องไปกับวิถีการทำงานของกลุ่มวัยรุ่นในยุคปัจจุบันที่มีอิสระทางความคิด มีไอเดียใหม่ๆและไฟในการทำงานอยู่เสมอ ซึ่งผู้ที่มีไลฟ์สไตล์การทำงานเช่นนี้ มักที่จะชอบต่อยอดไอเดียของตัวเองให้ไปจนถึงจุดสูงสุดเพื่อหาค้นหาคำตอบในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

จากผลสำรวจดังกล่าว จึงสามารถกล่าวได้ว่า ไม่ว่าทุกคนจะอยู่ในเจเนอเรชั่นไหน แต่ด้วยโลกใบใหม่ที่ขับเคลื่อนไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผู้คนจึงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น การทำงานใน Workplace จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงไปผ่านการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการปรับปรุงวิถีการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับชิ้นงานของตนเอง ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นนินจา ครูเจ้าระเบียบ ไอเดียตัวแม่ไอเดียตัวพ่อ หรือไดโนเสาร์ก็ตาม คุณเองก็ไม่สามารถปฏิเสธไปได้เลยว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างโอกาสให้แก่อนาคตการทำงานของคุณให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีกหลายเท่า

คำตอบสุดท้ายของเครื่องมือยุคใหม่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การทำงานในแพลตฟอร์มเดียว

Microsoft Teams (ไมโครซอฟท์ ทีมส์) ถือเป็นเครื่องมืออีกชนิดหนึ่งที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในองค์กรไทยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นองค์การทำงานขนาดเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่ โดย ทีมส์ เป็นเครื่องมือการทำงานร่วมกันทั้งสำหรับทั้งคนในองค์กรและคนนอกองค์กร แต่เน้นความปลอดภัย คล่องตัว และปรับใช้ได้อย่างเฉพาะตัวตามวิถีการใช้งานของแต่ละบุคคล เพื่อยกระดับการทำงานในชีวิตยุคนี้อย่างแท้จริง

และจากแนวโน้มของวิถีการทำงานที่ได้ข้อสรุปมาเบื้องต้น ไมโครซอฟท์ ทีมส์ จึงถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดที่จะทำให้ชีวิตการทำงานแบบเดิมๆของคุณเปลี่ยนแปลงไป จากการที่ต้องนั่งโต๊ะทำงานทั้งวัน เปลี่ยนเป็นการทำงานร่วมกันจากที่ไหนก็ได้ ด้วยฟีเจอร์ดีๆของทีมส์นี้เองที่จะมาช่วยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน อาทิ

-เป็นเครื่องมือการสื่อสารที่สามารถ แชท วีดีโอคอล แชร์และแก้ไขงานพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องมานั่งง้อให้มาเจอกันครบทุกคน ทีนี้หมดข้ออ้างในการขาดประชุมไปได้เลย!

-เมีความปลอดภัยระดับสูง ใครก็ไม่สามารถเข้าทีมส์ของคุณได้หากคุณไม่อนุญาต ดังนั้นจงมั่นใจว่าข้อความหรือไฟล์งานของคุณจะถูกเก็บไว้ พร้อมฟีเจอร์ Private Channel กลุ่มลับเฉพาะที่มีคุณเท่านั้นที่จะเชิญหรือลบสามาชิก !

-รวบรวมแอปพลิเคชันไว้ได้เยอะที่สุดเพื่อช่วยคุณในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแอปฯพื้นฐานที่มีอยู่บน Office 365 เช่น Microsoft Word, Excel, PowerPoint หรือพื้นที่ไว้ละเลงไอเดียอย่าง OneNote ตลอดจนแอปพลิเคชันอื่นๆอีกมายมายที่คุณสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเข้ามาได้เอง รวมทั้งฟีเจอร์ Powered App แอปฯ เฉพาะสำหรับองค์กรของคุณ

-สามารถใช้วางแผนชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการแพลนงานระหว่างวันของตนเองผ่านฟีเจอร์ Calendar หรือแม้กระทั่งเช็คตารางงานกลุ่มเพื่อนในทีมผ่าน Planner

-เป็นเครื่องมือที่เรียกได้ว่า Mobile Friendly สุดๆ คือสามารถใช้งานได้ทั้งจากหลายหลายดีไวซ์ ไม่ว่าจะเป็น โน๊ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ Wearable ต่างๆ งานนี้จิบกาแฟไป นั่งทำงานไป ใช้ชีวิตได้คุ้มค่าที่สุด

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

อินเดียป่วยไวรัสใหม่ 24,850 ราย ทุบสถิติสูงสุด

กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียรายงานพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ใหม่ 24,850 ราย และผู้เสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว 613 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้สถิติผู้ป่วยสะสมและผู้เสียชีวิตสะสมทะยานแตะ 673,165 ราย และ 19,268 ราย ตามลำดับ ตัวเลขดังกล่าวกลายมาเป็นสถิติผู้ติดโควิด-19 ใหม่สูงสุดในรอบ 1 วัน นับตั้งแต่โรคระบาดคุมคามประเทศแห่งนี้ ข้อมูลของกระทรวงระบุว่า ในวันดังกล่าวมีผู้ป่วยที่แสดงอาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลแล้ว 409,083...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

เตรียมตัวให้พร้อม ! เช็คลิสต์ เป๋าตังเที่ยวปันสุขยิงยาว 3 เดือน

ในเดือนกรกฎาคม นี้ มีเทศกาลวันหยุดยาวหลายวัน "เป๋าตังเที่ยวปันสุข" ที่กำลังจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียน 15 ก.ค.63 และสามารถใช้สิทธิได้ถึง 31 ต.ค. 63 มาเช็คลิสต์และเตรียมความพร้อมกัน เพื่อลดสิทธิพิเศษมากมาย  สำหรับเที่ยวปันสุข วิธีเข้าร่วมโครงการและการใช้สิทธิ ผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ สัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน และมีอายุ 18 ปี ณ วันที่ลงทะเบียน โดยสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com และรอรับ...

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ทั่วโลกพุ่ง ทุบสถิติผู้ป่วยรายวันมากที่สุด

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 212,326 ราย ในรอบ 24 ชั่วโมง ทำสถิติยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ ยังอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 129,772 ราย โดยพบมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาและบราซิล

ผู้เชี่ยวชาญระบุ สหรัฐเขี่ยจีนจากตลาดหุ้นเปล่าประโยชน์

รายงานการวิเคราะห์ของ Peterson Institute of International Economics (PIIE) ระบุว่าการถอดถอนบริษัทจีนออกจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เพราะนอกจากจะไม่ได้เป็นการขัดขวางบริษัทเหล่านั้นจากการเข้าถึงตลาดทุนของสหรัฐแล้วยังไม่ได้ขัดขวางการเจริญเติบโตของจีนอีกด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนมาถึงจุดที่แย่ที่สุดในช่วงทศวรรษ และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐได้กลายเป็นปราการด่านสุดท้ายที่สร้างประเด็นความตึงเครียดให้กับทั้งสองประเทศ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาวุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติซึ่งระบุว่าอาจมีการถอดถอนบริษัทสัญชาติจีนออกจากตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ และเมื่อเดือนที่แล้วประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาย้ำให้ผู้ดูแลหาวิธีการพิจารณาที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นสำหรับบริษัทของจีน

Related News

เจาะลึกไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคทั่วโลกยุค Covid-19 สร้างเทรนด์การตลาดใหม่

ต้องยอมรับว่า การแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 มีผลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทั่วโลกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำเทคโนโลยีหรือการสร้างโปรดักส์ต่างๆ ที่ช่วยในการลดสัมผัส เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และเพื่อเป็นโอกาสทางการตลาดและการทำธุรกิจ มาเจาะลึก 4 ไลฟ์สไตล์ ที่ผู้บริโภคสร้างเทรนด์ใหม่ทั่วโลก  การตลาดผู้สูงอายุต้องปรับตัว ปกติแล้วการใช้แอปพลิเคชั่น จะได้รับความนิยมจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ส่งผลให้ผู้สูงอายุปรับตัวหันมาใช้แอปพลิเคชั่น เพื่อสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคหรือของใช้ภายในบ้านมากขึ้น ขณะที่พฤติกรรมของผู้สูงอายุเริ่มมีการเชื่อมต่อกับผู้อื่น เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของหลายแบรนด์ในการเปิดให้บริการทางออนไลน์ เช่น การออกกำลังกายบนโลกเสมือนจริง หรือกระทั่งการสร้างแพลตฟอร์มใหม่ๆ...

ตามไปดูคนจีน เปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างไรหลังโควิด-19 ระบาด

ในหลายประเทศที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 เรียกร้องให้ประชาชนปรับตัวเข้าสู่ "วิถีชีวิตใหม่" หรือ New Normal เพื่ออยู่กับการระบาดที่คาดว่าจะมีไปอีกนาน ขณะที่ชาวจีนที่เป็นพื้นที่จุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไปแล้ว ไชน่า ยูธ เดลี สื่อทางการจีน รายงานผลสำรวจเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งร้อยละ 66.5 ของผู้ตอบแบบสำรวจเปิดเผยว่าพวกเขาได้พัฒนาสุขนิสัยที่ดียิ่งขึ้นระหว่างเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) การสำรวจดังกล่าวที่สอบถามข้อมูลจากประชาชน 2,006 คน ยังพบว่าร้อยละ 38 สนใจการออกกำลังกายและวิถีชีวิตที่ส่งเสริมการมีสุขภาพแข็งแรงเพิ่มขึ้น, ร้อยละ 48.5 กลายเป็นผู้บริโภคที่มีเหตุผลมากขึ้น...

รู้ทันพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนและเทรนด์รอบโลก

ด้วยคุณสมบัติที่สามารถใช้งานได้หลากหลายและเข้าถึงได้ตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่การใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนได้เข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน -นูทานิคซ์ เพิ่มฟีเจอร์ รองรับการทำงานกับบิ๊กดาต้าและการวิเคราะห์ ข้อมูลของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในปี 2019 พบว่า ประชากรวัยผู้ใหญ่ที่ครอบครองสมาร์ทโฟนมีมากถึง 90% ของกลุ่มประชากรวัยผู้ใหญ่ทั้งหมด ข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ดีลอยท์ได้เริ่มจัดทำการสำรวจเทรนด์พฤติกรรมดิจิทัลของผู้บริโภค (Global Mobile Consumer Survey)...

ผลสำรวจเผย คนไทยคาดหวังเทคโนโลยีช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต

บริษัทเทคโนโลยียังคงมีรายได้และมีโอกาสเติบโตแม้ในสถานการณ์โควิด-19 โดยสร้างชื่อเสียงและการรับรู้ต่อเนื่องในหมู่ผู้บริโภคที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีระหว่างกักตัวอยู่บ้าน จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนเกิดสถานการณ์โรคระบาดนี้ พบว่าคนไทยมีทัศนคติที่ดีต่อภาคธุรกิจเทคโนโลยี และคาดหวังอย่างสูงให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทพัฒนาคุณภาพชีวิตในหลากหลายด้าน -ผลสำรวจเผย ผู้บริหารและพนักงาน มีมุมมองต่างกันเรื่องพัฒนาการด้านความเท่าเทียมในองค์กร การสำรวจจัดทำโดย InsightAsia ซึ่งเป็นบริษัทด้านการวิจัย ร่วมมือกับวีโร่...

ผลสำรวจเผย ผู้บริหารและพนักงาน มีมุมมองต่างกันเรื่องพัฒนาการด้านความเท่าเทียมในองค์กร

ผลวิจัยใหม่จากเอคเซนเชอร์เผยให้เห็นว่า มีช่องว่างด้านมุมมองของผู้บริหารและพนักงานอยู่มากทีเดียว ในด้านพัฒนาการเพื่อลดความไม่เท่าเทียมในองค์กร การเติมเต็มช่องว่างนี้ จึงจะให้ประโยชน์มหาศาลกับบริษัทและบรรดาพนักงาน -ผลสำรวจเผย เทคโนโลยีดันเทรนด์ทำงานจากบ้านเพิ่มขึ้น รายงานฉบับนี้มีชื่อว่า Getting to Equal 2020: The Hidden Value of...