Home BT News เล่าความจริงนโยบายพักต้นพักดอกของธนาคารและเราควรจะใช้มันหรือไม่??

เล่าความจริงนโยบายพักต้นพักดอกของธนาคารและเราควรจะใช้มันหรือไม่??

วิกฤตไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจไปทั่วย่อมหญ้า โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว หลายธุรกิจต้องให้พนักงาน Leave Without Pay หรือถึงกับเลย์ออฟ ทำให้ธนาคารต้องออกนโยบาย พักต้นพักดอก ให้กับลูกหนี้เพื่อแบ่งเบาภาระ

นโยบายช่วยเหลือผู้กู้ที่เป็นรายย่อยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยผลักดันออกมาให้เป็นแนวทางสำหรับธนาคารพาณิชย์จนกระทั่งแต่ละธนาคารได้ออกแคมเปญออกมาในแนวทางใกล้เคียงกัน เช่น

บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ลดการจ่ายขั้นต่ำต่อเดือนลงจากเดิม 10% เหลือ 5%  มีผลทันทีไม่จำเป็นต้องยืนเรื่อง นอกจากนี้ยังมีการแปลงเป็นสินเชื่อระยะยาวให้ผ่อนต่องวดน้อยลง

- Advertisement -

สินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ มีตั้งแต่การลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลา ลดค่างวด พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย

ล่าสุด ธนาคารพาณิชยืต่างพากันออกนโยบายหยุดการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยและยืดระยะเวลาออกเป็น 6 เดือนรวมถึงลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีก 0.40% เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้กู้

แต่แท้จริงแล้วนโยบาย พักต้นพักดอก ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของลูกหนี้ในภาวะแบบนี้หรือไม่?? และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังจากเข้าโครงการดังกล่าว เราไปดู 5 ความจริงของนโยบายช่วยเหลือลูกหนี้ที่ออกมา และเราควรจะเข้าโครงการหรือไม่??

1.เข้าโครงการแล้วจะติดเครดิตบูโรหรือไม่

ชัดๆคือ ไม่ติดเครดิตบูโร ทั้งนี้ธนาคารจะเปิดให้ลูกหนี้เข้าโครงการนี้ได้เฉพาะผู้ที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีเท่านั้นและไม่ติด Back List ในเครดิตบูโรมาก่อน และแต่ละธนาคารออกมาประกาศชัดว่าโครงการพักต้นพักดอกที่เปิดออกมาในช่วงนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับประวัติเครดิตแต่อย่างไร

2.เลือกหยุดผ่อนได้ทั้งเงินต้นหรือดอกเบี้ยหรือทั้งสองอย่าง

ปกติแล้วการผ่อนชำระเงินกู้ไม่ว่าจะบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน ฯลฯ ผู้กู้จะต้องจ่ายต่อเดือนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยพร้อมกัน แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ธนาคารได้เปิดทางให้ผู้กู้ที่มีปัญหาสามแนวทางคือ เลือกที่จะหยุดผ่อนเงินต้น หยุดผ่อนดอกเบี้ยหรือจะหยุดผ่อนทั้งสอง

3.ความหมายที่แท้จริงของพักชำระหนี้

นโยบาย พักต้นพักดอก ที่ธนาคารพาณิชย์เปิดออกมา ทั้งหมดเป็นการพักชำระหนี้ความหมายที่แท้จริงคือการหยุดจ่ายหนี้ชั่วคราวทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยหรือทั้งสองอย่าง แต่ดอกเบี้ยยังคงเดินต่อ

4.ยังไม่มีธนาคารไหนให้พักหนี้

อีกคำหนึ่งที่ใกล้เคียงกันนั่นคือการพักหนี้มีความหมายคือการที่ลูกหนี้หยุดจ่ายหนี้ชั่วคราวทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยหรือทั้งสองอย่าง แต่ ดอกเบี้ยหยุดเดิน เช่นหากเราเจรจากับธนาคารเพื่อที่จะพักหนี้ไว้ 6 เดือน ช่วงเวลาดังกล่าวธนาคารจะไม่มีการติดดอกเบี้ยเงินกู้แต่อย่างไร เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 7 ก็จะจ่ายดอกเบี้ยของเดือนนั้นอย่างเดียวไม่มีการคิดดอกเบี้ยย้อนหลัง

5.หลังจากจบโครงการแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป

สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ พักต้นพักดอก ของแต่ละธนาคาร หลังจากจบโครงการแล้วและไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงใดๆ ผู้กู้จะต้องชำระดอกเบี้ยในส่วนของหกเดือนที่ได้พักชำระหนี้ชั่วคราวเอาไว้

เวลานี้ (13 เมษายน) มีเพียงแค่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เท่านั้นที่ประกาศยกดอกเบี้ยที่หยุดพักชำระให้กับลูกค้า พูดง่ายๆว่า 4 เดือนที่เข้าโครงการพักต้นพักดอก เมื่อจบโครงการไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยช่วง 4 เดือนดังกล่าว

พักต้นพักดอก

แนวทางจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีต่อการพักต้นพกดอก

เพื่อให้ประชาชนผู้กู้มีความเข้าใจที่ถูกต้องในการเข้าร่วมโครงการ พักต้นพักดอก ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ให้แนวทางในการเข้าร่วมโครงการไว้ดังนี้

กรณีแรก ผ่อนชำระตามปรกติ สมมติว่า หากคุณเป็นหนี้บ้าน 1,000,000 บาท และมีงวดชำระหนี้จากการกู้ซื้อบ้านเดือนละ 10,000 บาท ซึ่งประกอบด้วย เงินต้น 4,000 บาท และดอกเบี้ย 6,000 บาท เรายังจ่ายชำระหนี้ตามปกติ เดือนละ 10,000 บาท เหมือนเดิม ก็จะช่วยลดเงินต้น ผ่านไป 6 เดือน ยอดหนี้ก็จะเหลือแค่ 976,000 บาท

กรณีที่สอง พักชำระเงินต้น คือ สถาบันการเงินผ่อนปรนให้เรายังไม่ต้องชำระคืนเงินต้นตามเวลาที่กำหนดไว้ จากตัวอย่างเดิม สมมติเราเลือกพักชำระเงินต้น 6 เดือน จากปรกติจ่ายเดือนละ 10,000 บาท จะเหลือจ่ายแค่ดอกเบี้ยเดือนละ 6,000 บาท และเนื่องจากเราจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน ทำให้ยอดหนี้ไม่เพิ่มขึ้น ยังมีหนี้เหลือ 1,000,000 บาทเท่าเดิม

ข้อดีของวิธีนี้ คือ แม้ว่าคุณไม่สามารถจ่ายค่างวดได้ครบในช่วง 6 เดือนนี้ ธนาคารจะไม่ถือว่าผิดนัดชำระหนี้ ประวัติการผ่อนจ่ายชำระหนี้จะไม่เสีย และในช่วง 6 เดือนที่อาจจะยังมีความไม่แน่นอนว่าปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 จะจบลงเมื่อใด คุณจะมีเงินเหลือ 4,000 บาทเพิ่มเติมในแต่ละเดือน จากที่ยังไม่ต้องชำระคืนธนาคาร ไว้ใช้สำหรับดำรงชีพเพิ่มเติม

กรณีที่สาม พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย คือ ไม่ต้องจ่ายทั้งส่วนเงินต้นและดอกเบี้ยให้ธนาคารในช่วงที่ผ่อนปรน จากตัวอย่างเดิม จากที่คุณต้องจ่าย 10,000 บาท ก็ไม่ต้องจ่ายธนาคารเลย เพราะธนาคารผ่อนปรนให้คุณยังไม่ต้องชำระคืนค่างวดทั้งส่วนที่ชำระคืนเงินต้นและส่วนของดอกเบี้ย แต่ดอกเบี้ยเดือนละ 6,000 บาท ที่ไม่ได้จ่ายตลอด 6 เดือน ยังคงเดินอยู่ และไปเพิ่มยอดหนี้รวมเป็น 1,036,000 บาท

ข้อดีของวิธีนี้ คือ แม้คุณจะไม่สามารถจ่ายค่างวดได้เลย ธนาคารก็จะไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ และประวัติการผ่อนชำระของคุณในฐานข้อมูลเครดิตบูโรจะไม่เสีย นอกจากนี้ ข้อดีอีกประการ คือ ในช่วง 6 เดือนนี้ที่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน ไม่รู้ว่ารายได้จะดีเหมือนเดิมหรือไม่ ทุกเดือนคุณจะมีเงินสดที่เหลือจากการไม่ต้องชำระค่างวด 10,000 บาท ไว้เป็นสภาพคล่องใช้สำหรับดำรงชีพ

พักต้นพักดอก

แล้วเราควรจะเข้าโครงการพักต้นพักดอกหรือไม่??

ขอแบ่งเป็นสองกรณีเพราะผลที่ได้รับในอนาคตจะต่างกัน

กรณีแรก..หากยังผ่อนชำระในอัตราเดิมไหว ยังมีรายได้เท่าเดิมหรือลดลงเล็กน้อย หรือพอมีเงินเก็บ กรณีนี้ขอให้ผ่อนชำระในอัตราเดิมไปก่อน เพราะจากการคำนวนชัดเจนแล้วว่าการพักชำระหนี้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและเมื่อสิ้นสุดโครงการจะทำให้ภาระหนี้ที่ต้องแบกรับเพิ่มขึ้น บางธนาคารอาจลดดอกเบี้ยให้เป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ที่ยังผ่อนในอัตราปกติอีกด้วย

กรณีที่สองหากรายได้ขาดแบบกระทันหันและไม่มีเงินเก็บ กรณีนี้หากจำเป็นก็สามารถเข้าร่วมโครงการพักต้นพักดอกได้ เพราะไม่ได้ทำให้เครดิตเสีย และการผิดนักชำระหนี้อาจส่งผลเสียมากกว่า

ในภาวะที่เกิดวิกฤต ทางเลือกแรกของการจัดการการเงินคือทำตัวให้เบาที่สุดด้วยการปลอดหนี้ และอย่าคิดง่ายๆเพียงเพราะธนาคารมีโครงการพักต้นพักดอกให้ก็เลยใช้ไปก่อน เพราะอย่าลืมว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจบโครงการ เรายังต้องอยู่กับมันต่อไป

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : ธอส ประเดิมแบงก์แรก “ไม่คิดดอกเบี้ย” ช่วงพักชำระหนี้ 4 เดือน

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

‘สมคิด’ ชี้ครึ่งปีหลังเจอพายุเศรษฐกิจทั่วโลก หวังอานิสงส์ 2 ไตรมาสแรกพาไทยรอด

'สมคิด' รับ เศรษฐกิจ ทั่วโลกอ่วมจากโควิด-19 หวังครึ่งปีหลังฟื้นตัว เผย “เจโทร” ยังมั่นใจลงทุนไทย ไม่เคลื่อนย้าย เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เวลา เวลา 08.00 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายทาเคทานิ อัทสึชิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ (เจโทร...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

ปตท.ออกหุ้นกู้กรีนบอนด์ 2 รุ่น ดอกเบี้ย 2.25-2.85%

ปตท.เตรียมเสนอขายหุ้นกู้  2 รุ่น ให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป เป็นหุ้นกู้กรีนบอนด์ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.25% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.85% ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2559-2562 ในวันที่ 20 กรกฎาคม...

Ford จัดหนักเปิดแคมเปญรับประกัน ‘เครื่อง-เกียร์’ นาน 10 ปี

Ford เปิดตัว 2 แคมเปญ รับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. และ Referral Campaign สร้างความมั่นใจผลิตภัณฑ์ระยะยาว นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวแคมเปญ “การรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ...

ซัมซุงชี้ กำไรเพิ่ม 23% จากยอดขายชิพ

ซัมซุง ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลก คาดว่าผลกำไรของบริษัทจะเพิ่มขึ้นสูงกว่า 20% ในไตรมาสสุดท้าย เนื่องจากบริษัทสามารถต่อสู้กับสภาวะตลาดที่ตกต่ำจากสถานการณ์โรคโคโรนาไวรัสระบาดได้เป็นอย่างดี กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีคาดว่าผลกำไรจากการดำเนินงานในช่วงสามเดือนของไตรมาสที่สองน่าจะมีมูลค่าราว 8.1 ล้านล้านวอน (6.8 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งถือเป็นผลกำไรที่เพิ่มขึ้นถึง 23% จากตัวเลขในช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวยังเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ราว 2%นอกจากนี้ซัมซุงยังคาดว่ายอดขายจะตกลง 7% หรือประมาณ 52 ล้านล้านวอน (4.36 หมื่นล้านดอลลาร์) ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่ายอดขายน่าจะอยู่ที่ 51.4 ล้านล้านวอน...

Related News

รมว.คลังเห็นชอบตั้งลูกหม้อ “ฉัตรชัย” นั่งเอ็มดีวาระ 2 มีผล 15 มิ.ย.

ลูกหม้อธอส. "ฉัตรชัย ศิริไล" นั่งเก้าอี้ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นวาระที่ 2 มีผล 15 มิ.ย. 2563 เป็นต้นไป รายงานข่าวจากธนาคารอาคารสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้ง นายฉัตรชัย ศิริไล ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นวาระที่ 2 โดยความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง...

รีรันสินเชื่อบ้าน “เราไม่ทิ้งกัน” ธอส.ชูดอกเบี้ยต่ำ 2 ปีแรกเจาะกลุ่มเยียวยา5พัน

ธอส. กระตุ้นคนซื้อบ้าน เจาะกลุ่มคนได้เงินเยียวยารัฐ เรียกแขกอีกรอบ "สินเชื่อบ้าน ธอส. เราไม่ทิ้งกัน" ดอกเบี้ยต่ำ 1.99% คงที่ 2ปี ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนนโยบายรัฐบาลร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างโอกาสให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้มีบ้าน เตรียมวงเงิน 20,000 ล้านบาท ซึ่งได้ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อ “โครงการบ้าน ธอส. เราไม่ทิ้งกัน” อัตราดอกเบี้ย 1.99%...

รัฐบาลเร่ง “เยียวยา-แก้หนี้เกษตรกร” 4 แสนราย มีโอกาสหลุดหนี้

โฆษกรัฐบาล เผยเงินเยียวยาเกษตรกร งวดแรกโอนแล้ว 7.1 ล้านราย พร้อมเร่ง แก้หนี้เกษตรกร ย้ำเป็นวาระสำคัญที่รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างรอบด้าน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาล ได้ดำเนินการดูแลเกษตรกรทั่วประเทศในหลายๆด้าน ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ในด้านการเยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีการโอนเงินงวดแรกถึงบัญชีเกษตรกรแล้ว (ข้อมูล 4 มิ.ย.) 7.1 ล้านราย รวมเงิน 3.5...

ธอส.ขยายเวลา’ลดดอกเบี้ย-พักหนี้’ช่วยลูกหนี้ ถึง ต.ค.63

ธอส. ขยายความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19ขยายระยะเวลาสิ้นสุด 7 มาตรการ ถึง 31 ต.ค. 63และเปิดลงทะเบียนเพิ่มอีก 3 มาตรการ เริ่ม 1 มิ.ย. 63 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขยายความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายใต้ “มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา...

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ออก 3 มาตรการพิเศษ ช่วยเหลือลูกค้าจาก COVID-19

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ขานรับนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งออก 3 มาตรการพิเศษ ลดยอดชำระขั้นต่ำต่อเดือน, พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 2 เดือน, และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ หวังลดภาระและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล  กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในปัจจุบัน...