Robert Walters: ชี้เทรนด์จ้างงาน วิธีเลือกคน 2020

BT News Robert Walters: ชี้เทรนด์จ้างงาน วิธีเลือกคน 2020

HR ต้องดู “ศักยภาพ” มากกว่าเลือกคนจากประสบการณ์

“ตำแหน่งระดับ Manager ขึ้นไป ตลาดขาดแคลนหมด บริษัทต่างๆ ก็มองหาคนที่เหมาะสมที่สุด อยากได้คนที่ตรงเป๊ะกับเนื้องาน ต้องยอมรับเรื่องหนึ่งก่อนว่า Demand มากกว่า Supply คนเก่งเป็นหัวกะทิ จริงๆ เขาก็ไม่อยากย้ายงาน”

ศรีสกุล ทันวุฒิกุล ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัทโรเบิร์ต วอลเทอร์ส จำกัด (Robert Walters Co., Ltd.) ยังเล่าให้ฟังอีกว่า เป็นเรื่องยากที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านการจัดหางานเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เป็นจริง ณ ปัจจุบัน

เทรนด์การว่าจ้างงานกำลังจะเปลี่ยน เพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยน HR จึงต้องเข้าใจบริบทใหม่ๆ ในการค้าหาคนที่เหมาะสมที่สุด

ในอดีต การมองหาคนที่ใช่ มักมาจากการดูลิสต์ประสบการณ์ที่ตรงกับเนื้องาน วิธีการนี้เป็นสิ่งที่ “Make Sense” ที่สุด

แต่ในยุคสมัยนี้ บริษัทที่ปรึกษาจากอังกฤษแห่งนี้กำลังออกแรงอย่างมหาศาลเพื่อป่าวประกาศไปยังเหล่า HR ว่า สิ่งที่ “Make Sense” ที่สุดในยุคนี้ ก็คือ

ต้องหาคนที่มี “ศักยภาพ” ที่ใช่


“ใครๆ ก็อยากได้คนที่จ้างมาแล้วสามารถทำงานได้เลย ไม่ต้องการใช้เวลาไปกับ Training และต้องรอการพัฒนาอีก

HR ส่วนใหญ่จึงนิยมมองหาแต่คนที่มีประวัติการทำงานที่ตรง ไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องศักยภาพของบุคคลนั้น” ศรีสกุลให้ความเห็น

จากงานสำรวจล่าสุด จัดโดย บริษัทโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ภายใต้หัวข้อ “พัฒนาคนเก่ง เฟ้นหาจากศักยภาพ” (Grow your Talent, Hire Based on Potential) สำรวจเจาะลึกข้อมูลจากผู้ว่าจ้างกว่า 3,000 คนทั้งจากประเทศไทยและอีก 5 ประเทศได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และเวียดนาม พบว่า

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรที่คัดเลือกคนจาก “ศักยภาพ” มาทำงานจะยังคงรักษาคนเหล่านั้นไว้ได้ส่วนใหญ่ โดยร้อยละ 94 ของผู้สมัครที่ถูกคัดเลือกจากการให้ความสำคัญด้านศักยภาพ ยังคงทำงานให้องค์กรต่อ

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าจ้างยังคงลังเลที่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การสรรหาบุคลากร และยังคงยึดมั่นที่ใช้แนวทางประเมินจากประสบการณ์แค่เพียงปัจจัยเดียว

“วิธีดังกล่าวถือเป็นการสิ้นเปลืองทั้งเวลาบุคลากรในการสรรหา การประเมินและการบริหารจัดการพนักงาน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วไม่ได้เหมาะสมกับองค์กร” เธอกล่าว

หลักการพิจารณาในการสรรหาบุคลากรในปัจจุบัน ชี้ให้เห็นว่า 60.09% มองหาประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง รองลงมาคือ 46.48% มองไปที่ความสามารถในการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว และ 35.68% ต้องการคนที่เก่งด้านเทคนิค และ 34.27% ต้องการมองหาคนที่มีคุณสมบัติ มีความเหมาะสมเข้ากันได้องค์กร

แล้วทำไมบริษัทหลายแห่งยังคงลังเลที่จะเปลี่ยนวิธีกรสรรหาบุคลากร?ความลังเลที่จะปรับใช้การสรรหาจากศักยภาพซึ่งเป็นประเด็นที่ได้ถูกให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นในขณะนี้ ได้สะท้อนออกมาจากผลสำรวจในกลุ่มผู้เข้าร่วมการสำรวจ (ในประเทศไทย) ดังนั้น การปรับใช้กลยุทธ์ดังกล่าวจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อกลยุทธ์การสรรหาในอนาคต จากความเห็นของคุณศรีสกุล

“คนเก่งถือเป็นทรัพยากรที่เป็นที่ต้องการอย่างมากและเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่าสำหรับบริษัททั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน การวางกลยุทธ์ในการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อดึงดูดกลุ่มคนที่มีความสามารถจึงเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบรรลุความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนและผลักดันการเติบโตที่ประสบความสำเร็จ”

ในประเด็นด้านเหตุผลที่ว่า อะไรที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช้วิธีการจ้างงานจากศักยภาพของผู้ร่วมงานนั้น ผลตอบรับออกมาว่า

44.83% ต้องการคนที่ทำงานได้ทันที
48.83% ต้องการเน้นความรู้ ประสบการณ์ และทักษะเฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง41.38% บอกว่าบริษัทไม่มีเวลา ไม่มีทรัพยากรและความเชี่ยวชาญที่จะให้การฝึกอบรมเชิงลึก

ในมุมของผู้สมัคร พวกเขาควรมีคุณสมบัติหรือศักยภาพด้านไหนถึงจะเตะตากรรมการ?
อันดับแรกที่ผู้ว่าจ้างมองหาเลย คือ
ความประสงค์ หรือความต้องการที่จะเรียนรู้ (74.23%)
รองลงมา คือ แรงจูงใจ (64.95%)
และอันดับที่สาม คือ การทำงานร่วมกัน (34.02%)

“จริงๆ แล้ว จะรู้ว่าผู้สมัครมี willingness to learn (ความต้องการที่จะเรียนรู้) มากน้อยแต่ไหน ทำได้โดย ยกตัวอย่างในอดีต หรือมีอะไรใหม่ๆ ที่เขาได้ไปเรียนรู้มา ให้เขาเล่าให้ฟัง ให้สังเกตดูระดับความภูมิใจในน้ำเสียง เขาพูดเหมือนเขาได้บรรลุบางสิ่งที่สำเร็จหรือเปล่า”

และแน่นอนที่สุด

การสรรหาบุคลากรที่ล่าช้าอาจทำให้การงานเสียหาย ถ้าเป็นตำแหน่ง Sales Manager ก็ย่อมเท่ากับว่า การไม่มีคนวิ่งขายสินค้าหรือบริการไปสักพักใหญ่ ย่อมจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ

การปรับใช้กลยุทธ์การสรรหาจากศักยภาพจะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาความล่าช้าที่เกิดจากการสรรหาได้ รายงานดังกล่าวบ่งชี้

“หน้าที่เราก็คือ ต้องเชื่อมกันสองฝ่าย ดูให้ชัดถึงแนวทางบริษัทตัวเอง มีจุดไหนบ้างไหม องค์กรควรเปิดโอกาสให้คนมีศักยภาพเข้ามาทำงาน ขณะเดียวกันฝั่ง candidate หรือผู้สมัครใหม่ ก็ Challenge (ท้าทาย) เขา แต่ถ้าไม่มีประสบการณ์ตรง มีแต่ความอยากทำอย่างเดียว โดยไม่พัฒนาตัวเอง ก็จะไม่เป็นที่ต้องการของ” ศรีสกุล กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
เมื่อ “พนักงาน” โดน Disrupt

ลักษณะของผู้สมัครที่มีศักยภาพที่ผู้ว่าจ้างได้ว่าจ้าง
เหตุผลที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช้วิธีการจ้างงานจากศักยภาพ
หลักการพิจารณาในการสรรหาบุคลากร
%ของผู้ว่าจ้างที่เคยจ้างพนักงานจากศักยภาพผู้สมัครมากกว่าประสบการณ์ หรือคุณสมบัติที่เหมาะสม


วิทยา แสงอรุณ BTEXCU3https://businesstoday.co
Editor: Corporate Business News, Media, Human Resources, and Leadership & Management. Chair: LGBT SMEs and Professionals Thailand. Interests: Creativity, Technology, and Design.
Advertisement

พุทธิพงษ์ ชี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี “CAT-TOT” ประมูล 5G ได้

รัฐมนตรี ดีอีเอส เชื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของหน่วยงานรัฐ หลังการประมูล 5G จบลง โดย CAT ประมูลคลื่น 700 MHz จำนวน 2 ชุดคลื่น ใช้เงินประมูลทั้งหมด 34,306,000,000 บาท และ TOT ประมูลคลื่น...

สรุป ประมูล 5G ได้คลื่นครบทุกค่าย กสทช. รับเงินเข้ารัฐ 1 แสนล้าน

การประมูล 5G ที่จัดโดย กสทช. ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ จบลงแล้วโดยแต่ละโอเปอเรเตอร์ต่างแบ่งคลื่นกันไป โดย AIS เป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่ได้ทั้ง 3 คลื่นความถี่ ทรูได้ 2 ความถี่ ส่วน dtac TOT และ CAT ได้ไปบริษัทละ...

“สินเชื่อเงินทอน” ชนวนโศกนาฏกรรมโคราช

กรณีโศกนาฏกรรมที่”จ่าทหารคลั่ง”ใช้อาวุธสงครามกราดยิงประชาชนในห้างเทอมินอล 21 กลางเมืองโคราช. ส่งผลให้คู่กรณีเสียชีวิต 2 รายและประชาชนผู้บริสุทธ์ต้องสังเวยชีวิตอีก 27 รายได้รับบาดเจ็บอีก 58 รายกลายจนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เหตุการณ์ครั้งนี้เป็น”บทเรียน”ที่กองทัพจะต้องสรุปโดยด่วนเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพราะต้นเหตุมาจากการใช้อำนาจของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ทำมาหากินกับ”โครงการสวัสดิการเงินกู้”สำหรับซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านพักอาศัยให้ทหารชั้นผู้น้อย อันเป็นที่มาของ”สินเชื่อเงินทอน “ปมสังหารหมู่ครั้งนี้ อย่างที่ทราบผู้ที่เข้ามาหากินกับโครงการนี้ก็คือนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งบางรายใช้ภรรยาหรือญาติเป็น”นอมินี”หรือ”ตัวแทน”ทำหน้าที่นายหน้าคอยประสานระหว่างเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรกับนายทหารชั้นผู้น้อยที่เป็นผู้ซื้อบ้าน นอกจากนี้อาจจะมีทหารชั้นผู้น้อยบางคนมาช่วยเดินนายหน้าให้นายอีกด้วย สำหรับ ทหารชั้นผู้น้อยที่จะซื้อบ้านจะทำเอกสารสัญญากู้ภายใต้”โครงการสวัสดิการเงินกู้”ของกองทัพ และมี “นาย” ซึ่งเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ช่วยอำนวยความสะดวกในการกู้เงิน ส่วนใหญ่วงเงินที่กู้ได้มักจะสูงราคาบ้าน จึงมี”เงินส่วนต่าง”ที่เรียกว่า”สินเชื่อเงินทอน”ที่ทหารชั้นผู้น้อยสามารถเก็บไว้ใช้จ่ายอื่นๆ แต่ท้ายที่สุดกรรมก็ไปตกอยู่กับทหารชั้นผู้น้อยเหล่านี้ เวลาเงินเดือนออกจะถูกหักชำระเงินกู้ ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลังเงินเดือนไม่พอใช้ บางทีโชคร้ายถูกนายหน้าโกง...

 ภาพยนตร์ไม่ได้มีราชวงศ์ แต่หนังนั้นมีหัวนอนปลายเท้า

ต่อให้ไม่สนใจไยดีวงการหนัง ใครหลายคนก็รู้ดีว่า มีศัพท์ใหม่ๆ ที่ทั้งปรุงและแต่งเอาเอง เกิดขึ้นมากมายหลายคำ นิตยสาร Rolling Stone เขียนเหมือนกับหนังสือ Good Life ของฝรั่งเศสว่า หลังจากผ่านพ้นทศวรรษที่90 เป็นต้นมา มีการเรียกศัพท์แนวทางหนังต่างๆ มากกว่า 200 คำ บางคำสุขภาพไม่ดี ไม่ค่อยออกกำลังกาย ก็ตายไปเร็ว เช่น chic movie บางคำกินนอน...

เลขาฯ กสทช. คาด เงินประมูล 5G พุ่งแตะแสนล้าน

หลังจบการประมูลคลื่น 700 MHz ในรอบแรกที่ราคาต่อชุด 17,153 ล้านบาท รวม 3 ชุด เป็นเงิน 51,459 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งยอดเงินห่างจากยอดเงินประมูลที่ กสทช. ประเมินไว้ 7 หมื่นล้านบาทนั้น แค่ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ยังเหลือคลื่นให้ประมูลอีก...

รื้อต๋ง..เจ๋งนะ แต่ทุบดอกเบี้ยกู้ด้วย..ยิ่งเจ๋ง

วิรไท  สันติประภพ แผลงฤทธิ์นับถอยหลังสั่งลาเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ ด้วยการเดินหน้าจัดระเบียบใหม่ค่าต๋งในระบบสถาบันการเงิน ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้แก่ลูกหนี้-ลูกค้าทั่วประเทศ น่าสงสัยว่าวิรไท ทำไมเพิ่งจะมาขยันขันแข็งรื้อจัดระเบียบค่าต๋งในระบบสถาบันการเงินเอาในห้วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง ทั้งที่ควรจะต้องทำมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2558 ปฏิกิริยาท่าทีขึงขังของวิรไท ในฐานะผู้ว่าแบงก์ชาติปีสุดท้าย ดูๆไปก็มีความคล้ายคลึงกับพล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ปีสุดท้ายอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นว่าด้วยการจัดระเบียบผลประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ยังไงซะการลงมือทำ ถึงแม้จะช้า ก็ดีซะกว่าไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้-ลูกค้าสถาบันการเงิน ไม่ให้ถูกสถาบันการเงินขูดรีดเอาเปรียบเอาซะเลย จังหวะแรกที่แบงก์ชาติเข้าเกียร์เดินหน้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ลูกหนี้และลูกค้าสถาบันการเงินไปแล้ว ตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ 2563 คือการสั่งสถาบันการเงินให้ปรับปรุงการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้และลูกค้า เบี้ยปรับกรณีชำระเงินงวดล่าช้า หรือผิดนัดชำระ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ